โทร 02-028-7775@dayoneไทย|EN
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

กัญชา อาการ ผลกระทบ และแนวทางการบำบัดรักษา

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)

กัญชา (Cannabis) เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อสมองและระบบประสาท โดยสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาการมึนเมาคือทีเอชซี (THC) ซึ่งสามารถทำให้การรับรู้ อารมณ์ ความจำ สมาธิ และการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงไป หลังใช้บางคนอาจรู้สึกผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม หัวเราะง่าย หรือรับรู้เวลาแตกต่างจากเดิม ขณะที่บางคนอาจเกิดความวิตกกังวล ตื่นตระหนก หวาดระแวง หรือมีอาการทางจิตได้

แม้กัญชาจะมีการนำสารจากกัญชาบางรูปแบบมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ภายใต้ข้อบ่งชี้และการดูแลที่เหมาะสม แต่การใช้ทางการแพทย์ไม่ใช่สิ่งเดียวกับการนำกัญชามาใช้เพื่อให้เกิดความมึนเมาด้วยตนเอง โดยเฉพาะการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี THC สูง ใช้เป็นประจำ หรือใช้ร่วมกับสารชนิดอื่น

สำหรับครอบครัว ปัญหาการติดกัญชาอาจสังเกตได้ยากในช่วงแรก เพราะผู้ใช้อาจยังเรียน ทำงาน หรือใช้ชีวิตประจำวันได้ และอาจมองว่ากัญชา “เป็นธรรมชาติ” หรือ “หยุดเมื่อไรก็ได้” แต่เมื่อเวลาผ่านไป บางคนเริ่มใช้บ่อยขึ้น ต้องใช้กัญชาจึงจะรู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับ กินอาหาร หรือมีความสุข เมื่อพยายามหยุดกลับมีอาการหงุดหงิด นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย และอยากกลับไปใช้ซ้ำ การรู้จักสัญญาณของการติดกัญชา ผลกระทบต่อสมองและสุขภาพจิต ตลอดจนขั้นตอนการหยุดสาร การฟื้นฟู และการป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำ จึงช่วยให้ครอบครัวตัดสินใจขอความช่วยเหลือได้ก่อนปัญหาจะส่งผลต่อชีวิตมากขึ้น

กัญชาคืออะไร และส่งผลต่อสมองอย่างไร

กัญชามีสารออกฤทธิ์หลายชนิด โดยสารที่เกี่ยวข้องกับฤทธิ์มึนเมาที่สำคัญคือทีเอชซี หรือเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol: THC) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ (Endocannabinoid system) ซึ่งเป็นระบบหนึ่งในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความจำ อารมณ์ ความอยากอาหาร การนอน และการตอบสนองของระบบประสาท

หลังใช้กัญชา ผู้ใช้อาจรู้สึกผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม อารมณ์ดี หรือรับรู้เสียง สี และเวลาแตกต่างจากปกติ แต่ขณะเดียวกันความจำระยะสั้น สมาธิ การประสานงานของร่างกาย และความสามารถในการตัดสินใจก็อาจลดลง

ผลของกัญชาไม่ได้เหมือนกันในทุกคน ปริมาณ THC วิธีใช้ ความถี่ อายุ สุขภาพกาย สุขภาพจิต และสารอื่นที่ใช้ร่วมกันล้วนมีผลต่ออาการ บางคนอาจรู้สึกผ่อนคลาย ขณะที่อีกคนกลับเกิดความวิตกกังวล ตื่นตระหนก สับสน หรือหวาดระแวงหลังใช้กัญชา

เมื่อใช้ซ้ำ สมองสามารถเรียนรู้ความเชื่อมโยงระหว่างกัญชากับความรู้สึกหรือสถานการณ์บางอย่าง เช่น “ต้องสูบถึงจะหลับ” “ต้องใช้ถึงจะกินข้าวได้” “ใช้แล้วหายเครียด” หรือ “ถ้าไม่ใช้จะไม่มีความสุข”

เมื่อความเชื่อมโยงเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อย การหยุดกัญชาจึงอาจยากกว่าที่ผู้ใช้คาดไว้ และบางคนสามารถพัฒนาเป็นความผิดปกติจากการใช้กัญชา (Cannabis Use Disorder) ซึ่งหมายถึงรูปแบบการใช้ที่เริ่มควบคุมได้ยากและก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพหรือชีวิต

อาการของผู้ที่ใช้หรือติดกัญชา สังเกตได้อย่างไร

อาการของผู้ใช้กัญชาแตกต่างกันตามชนิดและความแรงของผลิตภัณฑ์ ปริมาณ วิธีใช้ ความถี่ ระยะเวลาที่ใช้ และสุขภาพของแต่ละคน ครอบครัวจึงไม่ควรสรุปจากอาการเพียงข้อเดียว แต่ควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงหลายด้านร่วมกัน

อาการหรือพฤติกรรมที่อาจพบ ได้แก่

  • ตาแดง

  • ง่วงหรือดูผ่อนคลายผิดไปจากปกติ

  • หัวเราะง่ายหรืออารมณ์เปลี่ยนไปหลังใช้

  • การรับรู้เวลาเปลี่ยนแปลง

  • ความจำระยะสั้นและสมาธิลดลง

  • ตอบสนองหรือคิดช้าลง

  • ความอยากอาหารเพิ่มขึ้นหลังใช้

  • ใช้กัญชาบ่อยหรือมากขึ้น

  • ต้องใช้ปริมาณมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลที่ต้องการ

  • มีความอยากกัญชา

  • ตั้งใจว่าจะลดหรือหยุดแต่ทำได้ยาก

  • ใช้เวลาจำนวนมากไปกับการหากัญชา ใช้ หรือพักฟื้นหลังใช้

  • เริ่มใช้กัญชาคนเดียวหรือใช้เป็นกิจวัตรทุกวัน

  • การเรียนหรือการทำงานเริ่มได้รับผลกระทบ

  • ลดกิจกรรมที่เคยทำหรือแยกตัวจากครอบครัว

  • ยังคงใช้ต่อแม้เกิดปัญหาสุขภาพ อารมณ์ หรือความสัมพันธ์

  • รู้สึกว่าต้องใช้กัญชาจึงจะนอนหลับ ผ่อนคลาย หรือกินอาหารได้

  • เมื่อหยุดแล้วหงุดหงิด นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หรืออยากกลับไปใช้

สิ่งสำคัญคือการติดกัญชาไม่ได้ตัดสินจากจำนวนครั้งที่ใช้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าผู้ใช้สามารถควบคุมพฤติกรรมได้หรือไม่ และการใช้กำลังส่งผลต่อชีวิตมากเพียงใด

บางคนอาจไม่ได้มองว่าตนเองติด เพราะยังทำงานหรือเรียนได้ แต่หากต้องจัดตารางชีวิตรอบการใช้กัญชา พยายามหยุดหลายครั้งแล้วไม่สำเร็จ หรือรู้สึกว่าขาดกัญชาไม่ได้ในบางสถานการณ์ ก็ควรพิจารณาเข้ารับการประเมิน

ผลกระทบและอันตรายจากกัญชามีอะไรบ้าง

ผลกระทบจากกัญชาเกิดได้ทั้งในช่วงที่สารกำลังออกฤทธิ์และจากการใช้ต่อเนื่อง ในช่วงหลังใช้ ความจำระยะสั้น สมาธิ การตัดสินใจ การตอบสนอง และการประสานงานของร่างกายอาจลดลง จึงไม่ควรขับรถหรือทำกิจกรรมที่ต้องอาศัยการตัดสินใจและการตอบสนองอย่างแม่นยำขณะอยู่ภายใต้อิทธิพลของกัญชา

ด้านสุขภาพจิต ผู้ใช้บางคนอาจเกิดความวิตกกังวล ตื่นตระหนก หรือหวาดระแวง โดยเฉพาะเมื่อได้รับ THC ในปริมาณมากหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นสูง

ในบางรายอาจเกิดอาการทางจิต เช่น หลงผิด หูแว่ว เห็นภาพหลอน หรือสับสนอย่างมาก อาการเหล่านี้อาจเกิดสัมพันธ์กับการใช้กัญชา แต่ไม่ควรสรุปด้วยตนเองว่าเกิดจากกัญชาเพียงอย่างเดียว เพราะจำเป็นต้องแยกจากโรคทางจิตเวชอื่น เช่น โรคจิตเภท (Schizophrenia) ซึ่งเป็นโรคที่มีความผิดปกติของความคิด การรับรู้ อารมณ์ และพฤติกรรม

โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีประวัติโรคทางจิตเวชบางชนิด การใช้กัญชาอาจทำให้อาการซับซ้อนขึ้น การประเมินโดยจิตแพทย์จึงมีความสำคัญเพื่อแยกว่าอาการเกิดขึ้นเฉพาะช่วงใช้สาร ยังคงอยู่หลังหยุดสาร หรือมีโรคทางจิตเวชเกิดร่วมกัน

อีกกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญคือวัยรุ่นและคนอายุน้อย เนื่องจากสมองยังอยู่ในช่วงพัฒนา การใช้กัญชาเป็นประจำตั้งแต่อายุน้อย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี THC สูง อาจสัมพันธ์กับปัญหาด้านความจำ การเรียนรู้ สมาธิ และสุขภาพจิต

สำหรับผู้ที่ใช้กัญชาโดยการสูบ ควันจากการเผาไหม้ยังสามารถระคายเคืองระบบทางเดินหายใจได้ ส่วนผลิตภัณฑ์กัญชาที่รับประทานอาจมีความเสี่ยงจากการออกฤทธิ์ที่ช้ากว่าการสูบ ทำให้บางคนได้รับ THC เพิ่มก่อนที่ฤทธิ์เดิมจะแสดงเต็มที่และเกิดอาการรุนแรงกว่าที่คาด

หากหลังใช้กัญชามีอาการสับสนอย่างมาก ไม่สามารถตอบสนองได้ตามปกติ มีอาการทางจิตรุนแรง เจ็บหน้าอก ชัก หรือมีความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว

การถอนกัญชา และดูแลอาการหลังหยุดสาร

คนที่ใช้กัญชาเป็นประจำสามารถมีอาการถอนหลังหยุดใช้ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้บ่อย ใช้ต่อเนื่องมานาน หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี THC สูง

อาการถอนกัญชาที่อาจพบ ได้แก่

  • หงุดหงิดง่าย

  • กระสับกระส่าย

  • วิตกกังวล

  • นอนหลับยากหรือนอนผิดปกติ

  • ฝันมากหรือฝันชัดขึ้น

  • ความอยากอาหารลดลง

  • อารมณ์ตก

  • สมาธิลดลง

  • มีความอยากกลับไปใช้กัญชา

  • รู้สึกไม่สบายตัว

อาการเหล่านี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่บางคนตั้งใจว่าจะเลิกกัญชา แต่เมื่อหยุดไปแล้วรู้สึกว่า “นอนไม่ได้” “หงุดหงิดมาก” หรือ “ไม่มีความสุข” จึงกลับไปใช้เพื่อให้อาการดีขึ้น และทำให้วงจรการใช้ดำเนินต่อไป

การดูแลช่วงหยุดกัญชาจึงไม่ควรมองเฉพาะว่าสารออกจากร่างกายแล้วหรือยัง แต่ควรประเมินการนอน อารมณ์ ความวิตกกังวล ความอยากสาร และสุขภาพจิตด้วย

คำถามว่า “เลิกกัญชาเองที่บ้านได้ไหม” ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน ผู้ที่ใช้ไม่มากและไม่มีปัญหาสุขภาพร่วมอาจมีระดับการดูแลแตกต่างจากผู้ที่ใช้เป็นประจำมานาน ใช้สารหลายชนิด เคยพยายามหยุดหลายครั้งแล้วกลับไปใช้ซ้ำ หรือมีอาการทางจิตร่วมด้วย

หากหลังหยุดกัญชามีอารมณ์ตกอย่างมาก มีความคิดทำร้ายตัวเอง หวาดระแวง หูแว่ว เห็นภาพหลอน หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว

การบำบัดและฟื้นฟูหลังหยุดกัญชา

การหยุดกัญชาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษา หากผู้ใช้เคยพึ่งกัญชาเพื่อจัดการความเครียด การนอน ความเบื่อ ความเหงา หรืออารมณ์ที่ไม่ต้องการ เมื่อหยุดใช้แล้วปัญหาเหล่านั้นไม่ได้หายไปพร้อมกับสาร

การบำบัดจึงต้องค้นหาว่า “กัญชาทำหน้าที่อะไรในชีวิตของผู้ใช้”

บางคนใช้เพื่อผ่อนคลายหลังเลิกงาน บางคนใช้ก่อนนอน บางคนใช้เพื่อเข้าสังคม บางคนใช้เพื่อหลีกหนีความเครียดหรือความรู้สึกที่ไม่ต้องการ และบางคนใช้ต่อเนื่องจนกิจกรรมหลายอย่างในชีวิตเริ่มเชื่อมโยงกับกัญชา

เมื่อเข้าใจปัจจัยเหล่านี้ การบำบัดทางจิตใจสามารถช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษามองเห็นวงจรระหว่างสถานการณ์ ความคิด อารมณ์ ความอยาก และการใช้กัญชา พร้อมฝึกวิธีรับมือรูปแบบใหม่

การฟื้นฟูอาจประกอบด้วยการบำบัดรายบุคคล การบำบัดแบบกลุ่ม การปรับความคิดและพฤติกรรม การจัดการความอยาก การฝึกจัดการความเครียด การปรับการนอน การออกกำลังกาย และการสร้างกิจกรรมที่ให้ความสุขหรือความผ่อนคลายโดยไม่ต้องพึ่งสาร

หากมีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล สมาธิสั้น ปัญหาการนอน โรคไบโพลาร์ หรือโรคร่วมทางจิตเวชอื่น ก็ควรได้รับการประเมินควบคู่กัน เพราะผู้ใช้บางคนอาจนำกัญชามาใช้เพื่อจัดการกับอาการทางจิตใจของตนเอง หากหยุดสารแต่ไม่ได้รักษาปัญหาที่อยู่เบื้องหลัง ความเสี่ยงต่อการกลับไปใช้ซ้ำอาจยังคงอยู่

ป้องกันการกลับไปใช้กัญชาซ้ำได้อย่างไร

การป้องกันการกลับไปใช้กัญชาซ้ำควรเริ่มตั้งแต่ระหว่างการบำบัด โดยค้นหาให้ได้ว่าสถานการณ์ใดเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดความอยากของแต่ละคน

สิ่งกระตุ้น (Trigger) ที่อาจพบ เช่น

  • กลุ่มเพื่อนที่เคยใช้กัญชาด้วยกัน

  • สถานที่หรือกิจกรรมที่เคยใช้กัญชา

  • การดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารชนิดอื่น

  • ความเครียดจากงานหรือการเรียน

  • ความขัดแย้งในครอบครัวหรือความสัมพันธ์

  • ความเหงาและความเบื่อ

  • ปัญหาการนอน

  • ความวิตกกังวล

  • การกลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เข้าถึงกัญชาได้ง่าย

  • ความคิดว่า “หยุดมานานแล้ว ใช้ครั้งเดียวคงไม่เป็นไร”

  • ความคิดว่า “กัญชาเป็นธรรมชาติ ไม่น่าจะมีปัญหา”

  • ความรู้สึกว่าต้องใช้กัญชาจึงจะผ่อนคลายหรือหลับได้

เมื่อรู้สิ่งกระตุ้นแล้ว ขั้นต่อไปคือการวางแผนรับมือ เช่น หลีกเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยงในช่วงแรก เปลี่ยนรูปแบบการเข้าสังคม สร้างกิจกรรมใหม่ ฝึกจัดการความเครียดและการนอนโดยไม่พึ่งสาร และกำหนดคนที่สามารถติดต่อได้เมื่อความอยากรุนแรงขึ้น

สำหรับคนที่เคยหยุดกัญชาแล้วกลับไปใช้ซ้ำ การกลับไปใช้ไม่ได้หมายความว่าจะรักษาไม่ได้ แต่ควรนำเหตุการณ์นั้นกลับมาวิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนใช้ มีสัญญาณเตือนอะไร และแผนเดิมมีส่วนใดที่ยังไม่เพียงพอ เพื่อปรับการป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำให้เหมาะกับชีวิตจริงมากขึ้น

คนในครอบครัวติดกัญชา แต่ไม่ยอมรับว่ามีปัญหา ควรทำอย่างไร

หนึ่งในอุปสรรคที่ครอบครัวอาจพบคือ ผู้ใช้ไม่มองว่ากัญชาเป็นปัญหา โดยอาจให้เหตุผลว่า “กัญชาเป็นธรรมชาติ” “ไม่ได้ใช้ยาแรง” “ยังทำงานได้” หรือ “อยากหยุดเมื่อไรก็หยุดได้”

การพยายามโต้เถียงว่าใครถูกใครผิดอาจทำให้อีกฝ่ายปกป้องการใช้ของตนเองมากขึ้น ครอบครัวจึงสามารถเปลี่ยนจากการพยายามทำให้เขายอมรับว่า “ติดกัญชา” มาเป็นการพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

แทนที่จะพูดว่า “ติดกัญชาขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมรับอีก” อาจเริ่มจาก “ช่วงหลังเห็นว่าต้องใช้ทุกคืนถึงจะนอน และครั้งก่อนที่พยายามหยุดก็นอนไม่ได้หลายวัน เลยเป็นห่วงว่ากัญชาอาจเริ่มควบคุมชีวิตมากขึ้น”

หรืออาจถามว่า “เคยตั้งใจว่าจะหยุดสักเดือนแล้วทำได้ไหม” “ถ้าไม่มีกัญชารู้สึกว่ายังผ่อนคลายหรือนอนได้หรือเปล่า” และ “การใช้ตอนนี้ช่วยอะไรบ้าง และสร้างปัญหาอะไรบ้าง”

เป้าหมายคือช่วยให้ผู้ใช้ได้สำรวจทั้งสิ่งที่ตนเองมองว่าได้รับจากกัญชาและผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้น พร้อมมองเห็นความแตกต่างระหว่างชีวิตปัจจุบันกับชีวิตที่ตนเองต้องการ

หากยังไม่พร้อมเข้าศูนย์บำบัด การยอมเข้ารับการประเมินหรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญก็ถือเป็นก้าวแรกได้ สำหรับครอบครัวที่พูดคุยหลายครั้งแล้วไม่สำเร็จ สามารถขอคำปรึกษาก่อนเพื่อวางแนวทางการสื่อสารและการพาเข้าสู่การรักษาให้เหมาะกับสถานการณ์

การบำบัดกัญชาที่ Day One Rehabilitation Center

การบำบัดปัญหาจากการใช้กัญชาที่ Day One Rehabilitation Center เป็นการดูแลแบบอยู่ประจำ โดยเริ่มจากการประเมินรูปแบบการใช้กัญชา ความถี่ ระยะเวลาที่ใช้ ผลิตภัณฑ์หรือรูปแบบการใช้ สารชนิดอื่นที่ใช้ร่วมกัน สุขภาพร่างกาย การนอน อารมณ์ พฤติกรรม และโรคร่วมทางจิตเวช

ในช่วงแรก ทีมรักษาจะประเมินอาการหลังหยุดกัญชา โดยเฉพาะปัญหาการนอน ความวิตกกังวล อารมณ์ ความอยากสาร และอาการทางจิต หากมีอาการที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยา จิตแพทย์จะประเมินและพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละราย

หลังจากอาการช่วงแรกเริ่มคงที่ การฟื้นฟูจะมุ่งค้นหาปัจจัยที่ทำให้เกิดการใช้กัญชาและช่วยสร้างทักษะสำหรับใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งสาร โปรแกรมประกอบด้วยการบำบัดรายบุคคลกับนักจิตบำบัด กิจกรรมกลุ่มบำบัด การประเมินอาการทางจิตเวช และการรักษาหรือปรับยาตามความเหมาะสมโดยจิตแพทย์ รวมถึงการดูแลกิจวัตรประจำวัน อาหาร การพักผ่อน และการออกกำลังกาย

การบำบัดแบบอยู่ประจำยังช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาแยกออกจากสภาพแวดล้อม กลุ่มสังคม และกิจวัตรเดิมที่เชื่อมโยงกับการใช้กัญชาในช่วงแรก เปิดโอกาสให้ได้ฝึกนอน ผ่อนคลาย จัดการความเครียด และทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ต้องพึ่งกัญชา

สำหรับผู้ที่ใช้กัญชาร่วมกับยาบ้า ยาไอซ์ เคตามีน แอลกอฮอล์ หรือสารชนิดอื่น ทีมรักษาจะประเมินการใช้สารทั้งหมด ไม่มุ่งเฉพาะการหยุดกัญชาขณะที่ยังมีการใช้สารชนิดอื่นในรูปแบบที่สร้างปัญหา

หากมีอาการหวาดระแวง หูแว่ว เห็นภาพหลอน ซึมเศร้า วิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน หรือปัญหาการนอน การประเมินโรคร่วมทางจิตเวชมีความสำคัญ เพื่อพิจารณาว่าอาการสัมพันธ์กับการใช้กัญชาอย่างไร และมีปัญหาสุขภาพจิตอื่นที่ต้องรักษาควบคู่กันหรือไม่

เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ “หยุดกัญชา” ในช่วงที่อยู่ภายในศูนย์ แต่เป็นการช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าใจรูปแบบการใช้ของตนเอง สร้างวิธีรับมือกับอารมณ์และสิ่งกระตุ้น และเตรียมแผนสำหรับรักษาการเปลี่ยนแปลงเมื่อกลับไปใช้ชีวิตภายนอก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกัญชา

กัญชาเสพติดได้ไหม

ได้ ผู้ใช้บางคนสามารถพัฒนาเป็นความผิดปกติจากการใช้กัญชาได้ โดยอาจมีความอยาก ใช้บ่อยหรือมากขึ้น พยายามลดแล้วทำไม่ได้ ใช้เวลาจำนวนมากกับกัญชา และยังคงใช้ต่อแม้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ การเรียน งาน หรือความสัมพันธ์

กัญชาเป็นธรรมชาติ แปลว่าปลอดภัยหรือไม่

การเป็นสารที่มาจากพืชไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผลต่อสมองหรือไม่มีความเสี่ยง กัญชามีสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท โดยเฉพาะ THC ซึ่งสามารถทำให้ความจำ สมาธิ การตัดสินใจ และการรับรู้เปลี่ยนแปลง รวมถึงทำให้เกิดความวิตกกังวล หวาดระแวง หรืออาการทางจิตในผู้ใช้บางรายได้

กัญชาทำให้หลอนหรือหวาดระแวงได้ไหม

ได้ ผู้ใช้บางรายอาจเกิดความวิตกกังวล หวาดระแวง หลงผิด หูแว่ว เห็นภาพหลอน หรือสับสน โดยความเสี่ยงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณ THC รูปแบบการใช้ ความถี่ และความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตของแต่ละคน หากอาการทางจิตรุนแรงหรือยังคงอยู่หลังหยุดใช้ ควรได้รับการประเมินโดยจิตแพทย์

อาการถอนกัญชามีอะไรบ้าง

ผู้ที่ใช้กัญชาเป็นประจำอาจมีอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย วิตกกังวล นอนหลับยาก ฝันมาก ความอยากอาหารลดลง อารมณ์ตก และอยากกลับไปใช้กัญชา อาการแตกต่างกันในแต่ละคนและอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้กลับไปใช้ซ้ำ

สูบกัญชาทุกวันถือว่าติดหรือไม่

การใช้ทุกวันเป็นสัญญาณที่ควรประเมิน แต่ไม่ควรตัดสินจากความถี่เพียงอย่างเดียว ต้องดูว่าควบคุมการใช้ได้หรือไม่ มีความอยากหรืออาการถอนหรือไม่ พยายามหยุดแล้วทำได้หรือไม่ และการใช้ส่งผลต่อสุขภาพ การเรียน งาน การเงิน หรือความสัมพันธ์เพียงใด

เลิกกัญชาเองที่บ้านได้ไหม

ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้และสุขภาพของแต่ละคน หากใช้เป็นประจำมานาน เคยพยายามหยุดหลายครั้งแล้วกลับไปใช้ซ้ำ ใช้สารหลายชนิดร่วมกัน หรือมีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หวาดระแวง หูแว่ว เห็นภาพหลอน และปัญหาการนอนมาก ควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

คนติดกัญชาไม่ยอมไปบำบัด ควรทำอย่างไร

ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการบังคับให้อีกฝ่ายยอมรับว่าตนเอง “ติดกัญชา” ครอบครัวสามารถเริ่มจากผลกระทบที่สังเกตได้จริง เช่น ต้องใช้ทุกวัน นอนไม่ได้หากไม่ใช้ การเรียนหรืองานเปลี่ยนไป หรือเริ่มมีอาการหวาดระแวง แล้วชวนให้เข้ารับการประเมิน หากพูดคุยหลายครั้งแล้วยังไม่สำเร็จ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยวางแนวทางการสื่อสาร

เลิกกัญชาได้จริงหรือไม่

การฟื้นตัวเป็นไปได้ การรักษาไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้กัญชาออกจากร่างกาย แต่ต้องช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจความอยาก สิ่งกระตุ้น พฤติกรรม และเหตุผลที่เคยทำให้ต้องพึ่งกัญชา พร้อมดูแลโรคร่วมทางจิตเวชและสร้างวิธีรับมือใหม่ หากเคยกลับไปใช้ซ้ำก็ยังสามารถกลับเข้าสู่การรักษาและปรับแผนใหม่ได้

เริ่มต้นการรักษากัญชาก่อนปัญหาจะรุนแรงขึ้น

ครอบครัวไม่จำเป็นต้องรอให้คนที่รักสูญเสียงาน เรียนต่อไม่ได้ ความสัมพันธ์เสียหาย หรือมีอาการทางจิตรุนแรงก่อนจึงเริ่มขอความช่วยเหลือ หากเริ่มเห็นว่าการใช้กัญชาบ่อยขึ้น ควบคุมได้ยาก ต้องใช้เพื่อให้นอนหลับหรือผ่อนคลาย พยายามหยุดหลายครั้งแล้วกลับไปใช้ซ้ำ หรือเริ่มมีผลกระทบต่อความจำ อารมณ์ การเรียน การทำงาน และความสัมพันธ์ การเข้ารับการประเมินตั้งแต่ระยะแรกสามารถช่วยให้เห็นระดับของปัญหาและวางแนวทางรักษาได้เหมาะสมขึ้น

สำหรับครอบครัวที่กำลังเผชิญกับคำถามว่า “คนติดกัญชาไม่ยอมเลิกทำอย่างไร” “จะพูดอย่างไรให้ยอมไปบำบัด” หรือ “ควรพาเข้าศูนย์บำบัดหรือยัง” ไม่จำเป็นต้องรอให้อีกฝ่ายยอมรับทุกอย่างก่อนจึงขอความช่วยเหลือ ครอบครัวสามารถเริ่มปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสถานการณ์ วางวิธีสื่อสาร และเตรียมแนวทางการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน เป้าหมายคือช่วยให้ผู้ใช้ค่อยๆ กลับมาควบคุมชีวิตของตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งกัญชา และมีแผนรองรับเมื่อกลับไปเผชิญกับความเครียด ความอยาก และสิ่งกระตุ้นในชีวิตจริง

ปรึกษาการบำบัดกัญชากับเรา

ประเมินเบื้องต้นฟรี เป็นความลับ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00 น.