โทร 02-028-7775@dayoneไทย|EN
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

แก๊สหัวเราะ (Nitrous Oxide) อาการ ผลกระทบ และแนวทางการบำบัดรักษา

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)

แก๊สหัวเราะ หรือไนตรัสออกไซด์ (Nitrous Oxide) เป็นก๊าซที่มีการใช้อย่างถูกต้องในทางการแพทย์และทันตกรรม เช่น ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการระงับความรู้สึกหรือช่วยลดความเจ็บปวด แต่เมื่อนำมาใช้เพื่อให้เกิดความมึนเมาโดยไม่มีการควบคุม อาจส่งผลต่อสมอง ระบบประสาท และความปลอดภัยของผู้ใช้ได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้บ่อยหรือใช้ในปริมาณมาก

หลังสูดแก๊สหัวเราะ ผู้ใช้อาจรู้สึกผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม มึนงง การรับรู้เสียงหรือสิ่งรอบตัวเปลี่ยนไป และเกิดความรู้สึกสนุกหรืออารมณ์ดีในช่วงเวลาสั้นๆ ความรู้สึกเหล่านี้อาจทำให้บางคนมองว่าแก๊สหัวเราะไม่อันตรายเท่าสารเสพติดชนิดอื่น แต่การใช้ซ้ำในปริมาณมากสามารถรบกวนการทำงานของวิตามินบี 12 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาท และอาจนำไปสู่อาการชาปลายมือปลายเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินเซ หรือเกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทและไขสันหลังได้

สำหรับครอบครัว สัญญาณของปัญหาอาจไม่ได้เริ่มจากพฤติกรรมที่เห็นได้ชัด แต่ค่อยๆ ปรากฏจากการใช้บ่อยขึ้น ต้องการใช้ครั้งละมากขึ้น เริ่มใช้คนเดียว ใช้เพื่อหลีกหนีความเครียด หรือเริ่มมีอาการชาและการเดินผิดปกติแต่ยังคงใช้ต่อ การรู้จักอาการจากแก๊สหัวเราะ ผลกระทบต่อวิตามินบี 12 และระบบประสาท ตลอดจนแนวทางหยุดสารและฟื้นฟู จะช่วยให้ครอบครัวมองเห็นปัญหาและตัดสินใจขอความช่วยเหลือได้ก่อนเกิดผลกระทบที่รุนแรงขึ้น

แก๊สหัวเราะคืออะไร และส่งผลต่อสมองอย่างไร

แก๊สหัวเราะมีชื่อทางเคมีว่าไนตรัสออกไซด์ เป็นก๊าซที่มีประโยชน์ในหลายด้าน รวมถึงการใช้ทางการแพทย์และทันตกรรม การใช้ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์จึงแตกต่างจากการนำแก๊สหัวเราะมาใช้เพื่อให้เกิดความมึนเมาด้วยตนเอง

เมื่อสูดเข้าสู่ร่างกาย ไนตรัสออกไซด์สามารถออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทได้อย่างรวดเร็ว ผู้ใช้อาจรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลาย มึนงง และมีการรับรู้ที่เปลี่ยนไป จึงเป็นที่มาของชื่อ “แก๊สหัวเราะ”

ฤทธิ์ที่ผู้ใช้รู้สึกมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ทำให้บางคนกลับมาใช้ซ้ำหลายครั้งต่อเนื่องเพื่อรักษาความรู้สึกดังกล่าวไว้ เมื่อรูปแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ การใช้แก๊สหัวเราะอาจค่อยๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น

บางคนอาจเริ่มจากการใช้เป็นครั้งคราวเมื่อเข้าสังคม ก่อนเปลี่ยนเป็นการใช้บ่อยขึ้น ใช้ในปริมาณมากขึ้น หรือเริ่มใช้เพียงลำพัง หากเริ่มรู้สึกว่าควบคุมการใช้ได้ยาก ใช้เวลาหรือเงินไปกับแก๊สหัวเราะมากขึ้น หรือยังคงใช้แม้เริ่มเกิดผลกระทบต่อร่างกายและชีวิต ควรพิจารณาเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ

สิ่งสำคัญคือไม่ควรนำความปลอดภัยของไนตรัสออกไซด์ที่ใช้ภายใต้การดูแลทางการแพทย์มาเทียบกับการนำมาใช้เพื่อความมึนเมา เพราะวิธีใช้ ปริมาณ สภาพแวดล้อม การประเมินสุขภาพ และการติดตามอาการแตกต่างกันอย่างมาก

อาการของผู้ที่ใช้แก๊สหัวเราะ สังเกตได้อย่างไร

อาการหลังใช้แก๊สหัวเราะแตกต่างกันตามปริมาณ ความถี่ สุขภาพของแต่ละคน และการใช้สารชนิดอื่นร่วมกัน ครอบครัวจึงควรสังเกตทั้งอาการที่เกิดขึ้นทันทีหลังใช้และการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ เกิดขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง

อาการหรือพฤติกรรมที่อาจพบ ได้แก่

  • รู้สึกเคลิบเคลิ้มหรืออารมณ์ดีชั่วคราว

  • มึนงงหรือเวียนศีรษะ

  • การรับรู้เสียงหรือสิ่งรอบตัวเปลี่ยนไป

  • การทรงตัวและการเคลื่อนไหวผิดปกติ

  • ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวช้าลง

  • ใช้แก๊สหัวเราะบ่อยหรือในปริมาณมากขึ้น

  • ใช้ซ้ำหลายครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ

  • ใช้เวลาหรือเงินไปกับการหาและใช้แก๊สหัวเราะมากขึ้น

  • รู้สึกอยากกลับไปใช้

  • พยายามลดหรือหยุดแต่กลับไปใช้ซ้ำ

  • เริ่มใช้คนเดียวหรือใช้ในสถานการณ์ที่ไม่เคยใช้มาก่อน

  • ยังคงใช้ต่อแม้เริ่มเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ

  • มีอาการชาหรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่มบริเวณมือหรือเท้า

  • กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงหรือเดินผิดปกติ

  • เดินเซหรือทรงตัวได้ไม่เหมือนเดิม

สัญญาณที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษคืออาการทางระบบประสาท เช่น ชาปลายมือปลายเท้า ขาอ่อนแรง เดินเซ หรือควบคุมการเคลื่อนไหวได้ไม่เหมือนเดิม เพราะการใช้ไนตรัสออกไซด์ในปริมาณมากหรือใช้ต่อเนื่องสามารถรบกวนการทำงานของวิตามินบี 12 และนำไปสู่ความเสียหายของระบบประสาทได้

หากมีอาการเหล่านี้ ไม่ควรรอให้หยุดใช้แล้วดูว่าอาการจะหายเองหรือไม่ แต่ควรเข้ารับการประเมินทางการแพทย์

ผลกระทบและอันตรายจากแก๊สหัวเราะมีอะไรบ้าง

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้คือ “แก๊สหัวเราะออกฤทธิ์ไม่นานจึงไม่น่าจะอันตราย” แต่ระยะเวลาที่รู้สึกมึนเมาไม่ได้เป็นตัวกำหนดความเสี่ยงทั้งหมด

ในช่วงที่แก๊สกำลังออกฤทธิ์ ผู้ใช้อาจมีอาการมึนงง เวียนศีรษะ การทรงตัวผิดปกติ และการรับรู้ต่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป ทำให้ความสามารถในการประเมินสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของตนเองลดลง

การสูดไนตรัสออกไซด์ที่มีความเข้มข้นสูงยังสามารถทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอได้ หากหลังใช้มีอาการหมดสติ หายใจผิดปกติ สับสนมาก หรือไม่ตอบสนองตามปกติ ควรได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน

ผลกระทบที่สำคัญอีกประการหนึ่งจากการใช้แก๊สหัวเราะบ่อยหรือในปริมาณมากคือการรบกวนการทำงานของวิตามินบี 12

วิตามินบี 12 มีบทบาทต่อระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือด เมื่อไนตรัสออกไซด์ทำให้วิตามินบี 12 ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ อาจเกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทและไขสันหลัง ผู้ใช้บางรายจึงเริ่มจากอาการชา รู้สึกเหมือนเข็มทิ่มที่มือหรือเท้า ก่อนพัฒนาเป็นขาอ่อนแรง เดินเซ หรือมีปัญหาการทรงตัว

ในรายที่มีความเสียหายของระบบประสาทมาก อาการอาจส่งผลต่อความสามารถในการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน และความเสียหายบางส่วนอาจใช้เวลาฟื้นตัวนานหรืออาจไม่กลับมาเป็นปกติทั้งหมด

นอกจากนี้ การใช้แก๊สหัวเราะต่อเนื่องยังมีรายงานเกี่ยวกับปัญหาด้านความจำ อารมณ์ ความวิตกกังวล และอาการทางจิตในผู้ใช้บางราย แม้ความสัมพันธ์ของอาการทางจิตเวชบางชนิดกับไนตรัสออกไซด์ยังมีข้อมูลจำกัด จึงควรประเมินทั้งการใช้สารและสุขภาพจิตประกอบกัน โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้สารชนิดอื่นร่วมด้วย

การหยุดแก๊สหัวเราะ และดูแลอาการหลังหยุดสาร

การดูแลคนที่มีปัญหาจากแก๊สหัวเราะไม่ได้หมายถึงเพียงการรอให้แก๊สออกจากร่างกาย เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะความผิดปกติของระบบประสาท อาจยังคงอยู่หลังหยุดใช้แล้ว

ขั้นแรกจึงควรประเมินรูปแบบการใช้ เช่น ใช้มานานเพียงใด ใช้บ่อยแค่ไหน ปริมาณโดยประมาณ มีการใช้สารชนิดอื่นร่วมด้วยหรือไม่ และมีอาการทางร่างกายหรือสุขภาพจิตเกิดขึ้นแล้วหรือไม่

สำหรับผู้ที่มีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินเซ หรือการทรงตัวผิดปกติ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการประเมินระบบประสาทและภาวะที่เกี่ยวข้องกับวิตามินบี 12

การหยุดใช้ไนตรัสออกไซด์เป็นส่วนสำคัญของการรักษา เพราะการรับวิตามินบี 12 เพียงอย่างเดียวในขณะที่ยังใช้แก๊สหัวเราะต่อเนื่องไม่ควรถูกมองว่าเป็นวิธีป้องกันอันตรายจากการใช้สาร

ดังนั้นความคิดว่า “กินวิตามินบี 12 แล้วใช้แก๊สหัวเราะต่อได้” จึงเป็นความเข้าใจที่อาจทำให้เกิดอันตราย เพราะไนตรัสออกไซด์สามารถรบกวนการทำงานของวิตามินบี 12 ได้ การมีวิตามินเสริมหรือผลเลือดบางค่าอยู่ในระดับปกติไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความผิดปกติทางระบบประสาท

หากมีอาการชามือชาเท้า เดินเซ ขาอ่อนแรง หรือการควบคุมการเคลื่อนไหวเปลี่ยนไป ควรหยุดใช้และเข้ารับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว

การบำบัดและฟื้นฟูหลังหยุดแก๊สหัวเราะ

หลังจากหยุดใช้และประเมินผลกระทบทางร่างกายแล้ว ขั้นต่อไปคือการค้นหาว่าเหตุใดผู้ใช้จึงกลับไปใช้แก๊สหัวเราะซ้ำ เพราะหากดูแลเฉพาะผลกระทบทางร่างกาย แต่ไม่ได้จัดการพฤติกรรมและสถานการณ์ที่เชื่อมโยงกับการใช้ ความเสี่ยงต่อการกลับไปใช้ก็ยังคงอยู่

บางคนใช้เมื่อเข้าสังคมหรือไปงานปาร์ตี้ บางคนใช้เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย บางคนใช้เพื่อหลีกหนีความเครียด ความเหงา หรืออารมณ์ที่ไม่ต้องการ และบางคนอาจค่อยๆ เปลี่ยนจากการใช้ร่วมกับผู้อื่นมาเป็นการใช้คนเดียว

การบำบัดจึงช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษามองเห็นวงจรระหว่างสถานการณ์ อารมณ์ ความคิด ความอยาก และการกลับไปใช้ พร้อมสร้างวิธีตอบสนองต่อสถานการณ์เหล่านั้นในรูปแบบใหม่

การฟื้นฟูอาจประกอบด้วยการบำบัดรายบุคคล การบำบัดแบบกลุ่ม การจัดการความอยาก การฝึกจัดการความเครียด การปรับกิจวัตรประจำวัน การนอน การออกกำลังกาย และการสร้างกิจกรรมที่ให้ความพึงพอใจโดยไม่ต้องพึ่งสาร

หากมีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ปัญหาการนอน อารมณ์แปรปรวน หรือโรคร่วมทางจิตเวช ควรได้รับการประเมินและรักษาควบคู่กัน เพื่อให้เข้าใจว่าปัญหาสุขภาพจิตมีความสัมพันธ์กับการใช้แก๊สหัวเราะหรือสารชนิดอื่นอย่างไร

ป้องกันการกลับไปใช้แก๊สหัวเราะซ้ำได้อย่างไร

การป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำควรเริ่มจากการค้นหาสิ่งกระตุ้นของแต่ละคน เพราะความอยากใช้สามารถเชื่อมโยงกับสถานการณ์และกิจกรรมที่เคยเกิดขึ้นพร้อมกับการใช้สาร

สิ่งกระตุ้น (Trigger) ที่อาจพบ เช่น

  • กลุ่มเพื่อนที่เคยใช้แก๊สหัวเราะร่วมกัน

  • งานปาร์ตี้หรือสถานบันเทิง

  • การดื่มแอลกอฮอล์

  • การใช้สารชนิดอื่น

  • ความเครียดจากงานหรือการเรียน

  • ความเหงาและความเบื่อ

  • ความขัดแย้งในครอบครัวหรือความสัมพันธ์

  • ความรู้สึกอยากหลีกหนีจากปัญหา

  • การเข้าถึงแก๊สหัวเราะได้ง่าย

  • ความคิดว่า “ใช้แค่นิดเดียวคงไม่เป็นไร”

  • ความคิดว่า “กินวิตามินบี 12 อยู่จึงไม่น่ามีปัญหา”

เมื่อรู้ว่าสถานการณ์ใดเป็นตัวกระตุ้น การรักษาจะช่วยวางแผนรับมือ เช่น หลีกเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยงในช่วงแรก เปลี่ยนรูปแบบการเข้าสังคม ลดการติดต่อกับแหล่งที่เข้าถึงสารได้ง่าย สร้างกิจกรรมใหม่ และฝึกจัดการความอยากเมื่อเกิดขึ้น

หากเคยหยุดแล้วกลับไปใช้แก๊สหัวเราะซ้ำ ไม่ควรใช้เหตุการณ์นั้นเป็นข้อสรุปว่าการรักษาไม่ได้ผล แต่ควรย้อนกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนกลับไปใช้ มีสิ่งกระตุ้นหรือสัญญาณเตือนอะไร และสามารถปรับแผนป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำอย่างไรให้เหมาะกับชีวิตจริงมากขึ้น

คนในครอบครัวใช้แก๊สหัวเราะบ่อย แต่ไม่ยอมรับว่ามีปัญหา ควรทำอย่างไร

การพูดคุยเรื่องแก๊สหัวเราะอาจยากกว่าสารเสพติดบางชนิด เพราะผู้ใช้บางคนมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุก และอาจเปรียบเทียบกับสารชนิดอื่นแล้วรู้สึกว่า “ไม่ได้อันตรายขนาดนั้น”

ครอบครัวไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการพยายามพิสูจน์ว่าอีกฝ่าย “ติดแก๊สหัวเราะ” แต่สามารถเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้จริง

แทนที่จะพูดว่า “ใช้ขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมรับอีก” อาจเริ่มจาก “ช่วงหลังเห็นว่าใช้บ่อยขึ้นและเริ่มบอกว่ามือเท้าชา เลยเป็นห่วงว่าอาจกระทบระบบประสาท อยากให้ลองไปตรวจดูก่อน”

หรือถามว่า “เคยตั้งใจว่าจะไม่ใช้ แต่สุดท้ายกลับไปใช้อีกไหม” และ “ถ้าอาการชายังเพิ่มขึ้นหรือเริ่มเดินลำบาก คิดว่าจะกระทบชีวิตอย่างไร”

เป้าหมายคือช่วยให้อีกฝ่ายได้สำรวจความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ตนเองต้องการกับผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้น มากกว่าการพยายามเอาชนะกันด้วยการโต้เถียง

หากยังไม่พร้อมเข้ารับการบำบัด การยอมเข้ารับการประเมินสุขภาพหรือพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญก็ถือเป็นก้าวแรกได้ โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีอาการทางระบบประสาท ไม่ควรรอให้ยอมรับว่าตนเอง “ติด” ก่อนจึงค่อยตรวจรักษา

การบำบัดแก๊สหัวเราะที่ Day One Rehabilitation Center

การบำบัดปัญหาจากการใช้แก๊สหัวเราะที่ Day One Rehabilitation Center เป็นการดูแลแบบอยู่ประจำ โดยเริ่มจากการประเมินรูปแบบการใช้ ความถี่ ระยะเวลาที่ใช้ ปริมาณโดยประมาณ สารชนิดอื่นที่ใช้ร่วมกัน สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต การนอน อารมณ์ และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการเรียน การทำงาน และความสัมพันธ์

สำหรับผู้ที่มีอาการชา อ่อนแรง เดินเซ หรืออาการที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับระบบประสาท การประเมินทางการแพทย์มีความสำคัญ เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพียงการหยุดใช้แก๊สหัวเราะ แต่ต้องพิจารณาผลกระทบทางร่างกายที่เกิดขึ้นแล้วด้วย และหากจำเป็นต้องได้รับการตรวจหรือรักษาเฉพาะด้านเพิ่มเติม ทีมรักษาจะพิจารณาตามความเหมาะสม

หลังจากหยุดสารและสุขภาพเริ่มคงที่ การฟื้นฟูจะมุ่งค้นหาปัจจัยที่ทำให้เกิดการใช้ซ้ำและสร้างทักษะสำหรับกลับไปใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งสาร โปรแกรมประกอบด้วยการบำบัดรายบุคคลกับนักจิตบำบัด กิจกรรมกลุ่มบำบัด การประเมินอาการทางจิตเวช และการรักษาหรือปรับยาตามความเหมาะสมโดยจิตแพทย์ รวมถึงการดูแลกิจวัตรประจำวัน อาหาร การพักผ่อน และการออกกำลังกาย

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้แก๊สหัวเราะเพียงอย่างเดียว แต่มีการใช้แอลกอฮอล์ เคตามีน ยาบ้า ยาไอซ์ หรือสารชนิดอื่นร่วมด้วย ทีมรักษาจะประเมินรูปแบบการใช้สารทั้งหมด เพื่อให้การรักษาไม่ได้หยุดเพียงสารชนิดหนึ่งขณะที่ปัญหาการใช้สารชนิดอื่นยังคงอยู่

หากมีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ปัญหาการนอน อารมณ์แปรปรวน หรืออาการทางจิตร่วมด้วย การรักษาจะพิจารณาสุขภาพจิตควบคู่กับปัญหาการใช้สาร เพื่อค้นหาปัจจัยที่อาจนำไปสู่การกลับไปใช้ซ้ำหลังออกจากศูนย์

สภาพแวดล้อมแบบอยู่ประจำยังช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดออกจากวงจรและสถานการณ์ที่เข้าถึงสารได้ง่ายชั่วคราว พร้อมสร้างกิจวัตรใหม่ ฝึกจัดการอารมณ์และความอยาก และเตรียมแผนรับมือกับสิ่งกระตุ้นก่อนกลับไปใช้ชีวิตภายนอก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแก๊สหัวเราะ

แก๊สหัวเราะคือยาเสพติดหรือไม่

ไนตรัสออกไซด์เป็นก๊าซที่มีการใช้อย่างถูกต้องในทางการแพทย์ ทันตกรรม และด้านอื่น แต่สามารถถูกนำมาใช้เพื่อให้เกิดความมึนเมาได้ การมีประโยชน์ทางการแพทย์ไม่ได้หมายความว่าการนำมาใช้เองเพื่อความมึนเมาจะปลอดภัย หากเริ่มใช้ซ้ำ ควบคุมการใช้ได้ยาก หรือยังใช้ต่อแม้เกิดผลกระทบ ควรเข้ารับการประเมิน

แก๊สหัวเราะทำให้ขาดวิตามินบี 12 ได้หรือไม่

การใช้ไนตรัสออกไซด์บ่อยหรือในปริมาณมากสามารถทำให้วิตามินบี 12 ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ส่งผลต่อระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือด ผู้ใช้บางรายอาจเกิดอาการชาปลายมือปลายเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินเซ หรือเกิดความผิดปกติของเส้นประสาทและไขสันหลัง

ใช้แก๊สหัวเราะแล้วมือเท้าชา อันตรายไหม

อาการชาหรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่มที่มือและเท้าเป็นหนึ่งในสัญญาณเริ่มต้นที่พบได้เมื่อเกิดผลกระทบต่อระบบประสาทจากการใช้ไนตรัสออกไซด์ หากมีอาการดังกล่าว โดยเฉพาะร่วมกับขาอ่อนแรง เดินเซ หรือทรงตัวผิดปกติ ควรหยุดใช้และเข้ารับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว

กินวิตามินบี 12 แล้วใช้แก๊สหัวเราะต่อได้ไหม

ไม่ควรใช้วิตามินบี 12 เป็นวิธีทำให้การใช้แก๊สหัวเราะปลอดภัย เพราะไนตรัสออกไซด์สามารถรบกวนการทำงานของวิตามินบี 12 ได้ การรักษาผลกระทบทางระบบประสาทจึงต้องให้ความสำคัญกับการหยุดใช้ไนตรัสออกไซด์ร่วมกับการประเมินและรักษาทางการแพทย์ตามความเหมาะสม

แก๊สหัวเราะเสพติดได้ไหม

แก๊สหัวเราะเสพติดได้อย่างแน่นอน มีผู้ใช้หลายรายเกินอาการแขนขาอ่อนแรงจน ยืน เดิน และทรงตัวไม่ได้ หากเริ่มรู้สึกอยากใช้บ่อยขึ้น พยายามลดแล้วทำไม่ได้ ใช้ในปริมาณมากขึ้น หรือยังใช้ต่อทั้งที่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิต ควรได้รับการประเมินปัญหาการใช้สารเสพติด

เลิกแก๊สหัวเราะเองได้ไหม

ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้และผลกระทบที่เกิดขึ้น หากใช้เป็นประจำ ใช้ปริมาณมาก ควบคุมการใช้ได้ยาก มีการใช้สารชนิดอื่นร่วมด้วย หรือเริ่มมีอาการชา ขาอ่อนแรง เดินเซ และปัญหาสุขภาพจิต ควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรมองว่าการหยุดใช้เพียงอย่างเดียวสามารถทดแทนการตรวจรักษาความเสียหายทางร่างกายที่เกิดขึ้นแล้วได้

เลิกแก๊สหัวเราะได้จริงหรือไม่

การหยุดใช้และฟื้นตัวเป็นไปได้ แต่หากเกิดรูปแบบการใช้ซ้ำจนควบคุมได้ยาก การรักษาควรดูมากกว่าการหยุดสาร โดยครอบคลุมผลกระทบทางร่างกาย สุขภาพจิต ความอยาก สิ่งกระตุ้น พฤติกรรมการใช้สาร และการป้องกันการกลับไปใช้ซ้ำ

เริ่มต้นการรักษาแก๊สหัวเราะก่อนผลกระทบจะรุนแรงขึ้น

ครอบครัวไม่จำเป็นต้องรอให้คนที่รักเดินไม่ได้ มีความเสียหายของระบบประสาทอย่างชัดเจน หรือสูญเสียความสามารถในการเรียนและทำงานก่อนจึงเริ่มขอความช่วยเหลือ หากเห็นว่าการใช้แก๊สหัวเราะเริ่มบ่อยขึ้น ใช้ปริมาณมากขึ้น พยายามหยุดแล้วกลับไปใช้ซ้ำ หรือเริ่มมีอาการชามือชาเท้า ขาอ่อนแรง เดินเซ และการทรงตัวผิดปกติ ควรให้ความสำคัญกับการหยุดใช้และการประเมินสุขภาพโดยเร็ว

สำหรับครอบครัวที่ไม่แน่ใจว่าพฤติกรรมการใช้แก๊สหัวเราะของคนใกล้ชิดถึงระดับที่ควรเข้ารับการบำบัดหรือยัง สามารถเริ่มจากการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินรูปแบบการใช้ ผลกระทบต่อสุขภาพ และแนวทางพูดคุยกับผู้ใช้สาร การเริ่มขอความช่วยเหลือตั้งแต่ยังเห็นสัญญาณระยะแรกอาจช่วยลดโอกาสที่ปัญหาจะพัฒนาไปสู่ความเสียหายของระบบประสาทและผลกระทบต่อชีวิตในระยะยาว

ปรึกษาการบำบัดแก๊สหัวเราะ (ไนตรัสออกไซด์)กับเรา

ประเมินเบื้องต้นฟรี เป็นความลับ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00 น.