โทร 02-028-7775@dayoneไทย|EN
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

อาการหูแว่ว หวาดระแวง และอาการทางจิต เกิดจากยาเสพติดหรือโรคทางจิตเวช

เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)

ได้ยินเสียงคนพูดทั้งที่ไม่มีใครอยู่ด้วย เชื่อว่ามีคนติดตามหรือจ้องทำร้าย รู้สึกว่าคนรอบตัวกำลังวางแผนบางอย่าง หรือเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น เป็นอาการที่สร้างความกังวลให้ครอบครัวอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในคนที่กำลังใช้ยาบ้า ไอซ์ กัญชา แอลกอฮอล์ หรือสารเสพติดชนิดอื่น

คำถามสำคัญที่ครอบครัวมักมีคือ อาการเหล่านี้เกิดจากยาเสพติด หรือเป็นโรคทางจิตเวชอยู่ก่อนแล้ว

คำตอบไม่ได้เหมือนกันทุกคน สารบางชนิดสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการหลอน ความหวาดระแวง และอาการทางจิตได้โดยตรง ขณะที่บางคนอาจมีโรคทางจิตเวชอยู่เดิมและการใช้สารทำให้อาการกำเริบ นอกจากนี้ยังมีผู้ที่เริ่มมีอาการในช่วงใช้สาร แต่หลังหยุดสารแล้วอาการยังคงอยู่จนต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติม

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การรีบสรุปว่า “เป็นเพราะยาอย่างเดียว” หรือ “เป็นโรคทางจิตเวชแน่นอน” แต่ต้องดูความสัมพันธ์ระหว่างชนิดของสาร ช่วงเวลาที่ใช้ การอดนอน อาการหลังหยุดสาร และประวัติอาการก่อนเริ่มใช้สาร เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมรักษาแยกสาเหตุและวางแผนดูแลได้เหมาะสมขึ้น

อาการหูแว่ว หวาดระแวง และอาการทางจิตเป็นอย่างไร

อาการทางจิตเป็นกลุ่มอาการที่ทำให้การรับรู้หรือการตีความความเป็นจริงเปลี่ยนไป อาการของแต่ละคนแตกต่างกัน และไม่ได้มีเพียงการหูแว่วเท่านั้น

อาการหลอน

อาการหลอนคือการรับรู้สิ่งที่ผู้อื่นไม่ได้รับรู้ในขณะนั้น เช่น ได้ยินเสียง เห็นภาพ หรือรู้สึกถึงสิ่งบางอย่างโดยไม่มีสิ่งกระตุ้นภายนอกที่สอดคล้องกัน

อาการที่ครอบครัวอาจสังเกตเห็น ได้แก่

  • ได้ยินเสียงคนพูดทั้งที่ไม่มีคนอยู่ใกล้ๆ

  • ได้ยินเสียงเรียกชื่อ เสียงวิจารณ์ หรือเสียงพูดถึงตนเอง

  • พูดหรือโต้ตอบกับเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน

  • มองไปยังบริเวณหนึ่งซ้ำๆ เหมือนเห็นบางสิ่ง

  • บอกว่าเห็นคน เงา หรือสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น

  • รู้สึกว่ามีบางอย่างสัมผัสหรือเคลื่อนไหวบนร่างกายโดยหาสาเหตุไม่ได้

อาการหูแว่วไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคจิตเภทเสมอไป เพราะสามารถพบได้จากหลายสาเหตุ รวมถึงสารเสพติด ภาวะถอนสาร โรคทางกายบางชนิด และโรคทางจิตเวชอื่น

ความคิดหวาดระแวงหรือความเชื่อที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

บางคนอาจเชื่ออย่างมากว่ามีคนกำลังติดตาม จับตาดู หรือพยายามทำร้าย แม้คนรอบตัวจะไม่พบหลักฐานเช่นนั้น

อาจพบพฤติกรรม เช่น ปิดม่านตลอดเวลา ตรวจประตูหรือกล้องซ้ำๆ ไม่ยอมรับอาหารเพราะกลัวถูกใส่ยา เชื่อว่าโทรศัพท์ถูกดักฟัง หรือระแวงว่าคนใกล้ตัวกำลังร่วมมือกับคนอื่นเพื่อทำร้ายตนเอง

สำหรับเจ้าตัว ความกลัวเหล่านี้อาจรู้สึกจริงมาก การพูดว่า “คิดไปเอง” จึงไม่ได้ทำให้ความกลัวหายไป และอาจทำให้เขารู้สึกว่าครอบครัวไม่เข้าใจหรือกลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เขากำลังระแวง

ความคิดและพฤติกรรมเปลี่ยนไป

อาการทางจิตบางครั้งไม่ได้เริ่มจากการหูแว่วอย่างชัดเจน ครอบครัวอาจสังเกตเห็นว่าพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น แยกตัว พูดจาเข้าใจยาก เชื่อมโยงเรื่องต่างๆ แปลกไปจากเดิม นอนไม่หลับหลายคืน ไม่ดูแลตนเอง หรือประสิทธิภาพในการเรียนและการทำงานลดลงอย่างมาก

หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกับการใช้สารหรือการอดนอนต่อเนื่อง ควรได้รับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรรอจนกว่าอาการจะรุนแรงมากจึงขอความช่วยเหลือ

ยาบ้า ไอซ์ กัญชา และสารเสพติดทำให้เกิดอาการทางจิตได้อย่างไร

สารเสพติดหลายชนิดสามารถเปลี่ยนการทำงานของสมองและทำให้เกิดอาการที่คล้ายโรคทางจิตเวชได้ แต่ลักษณะและความเสี่ยงแตกต่างกันตามชนิดของสาร ปริมาณ ความถี่ ระยะเวลาที่ใช้ การใช้หลายสารร่วมกัน และสภาพร่างกายหรือจิตใจของแต่ละคน

ยาบ้าและไอซ์เป็นสารที่ควรนึกถึงเมื่อมีอาการหวาดระแวงร่วมกับการใช้สาร ผู้ที่ใช้ต่อเนื่องอาจตื่นตัวมาก นอนไม่หลับ หงุดหงิด และระแวงมากขึ้น เมื่อใช้หนักหรืออดนอนต่อเนื่อง บางคนอาจได้ยินเสียง เห็นภาพ หรือเชื่อว่ามีคนกำลังติดตามและทำร้าย

การอดนอนเองก็สามารถทำให้อาการทางจิตรุนแรงขึ้นได้ จึงไม่ควรมองเฉพาะปริมาณสาร แต่ต้องดูด้วยว่าเจ้าตัวนอนครั้งล่าสุดเมื่อใดและอดนอนต่อเนื่องมานานเพียงใด

กัญชาสามารถทำให้บางคนเกิดความวิตกกังวล ความกลัว ความหวาดระแวง หรืออาการทางจิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีความไวต่ออาการเหล่านี้ การที่บางคนใช้กัญชาแล้วรู้สึกผ่อนคลายไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลเหมือนกันกับทุกคน

แอลกอฮอล์และยากดประสาทบางชนิดมีอีกประเด็นที่สำคัญ คือผู้ที่ใช้ต่อเนื่องจนเกิดการพึ่งพาอาจมีอาการรุนแรงเมื่อหยุดอย่างกะทันหัน ในบางกรณีอาจเกิดอาการสับสน กระสับกระส่าย หรืออาการหลอนร่วมกับภาวะถอนสาร ซึ่งต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์

ดังนั้น หากมีการใช้สารหลายชนิดร่วมกัน ครอบครัวควรแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้ทีมรักษาทราบ เพราะอาการอาจไม่ได้เกิดจากสารเพียงชนิดเดียว

จะแยกได้อย่างไรว่าอาการทางจิตเกิดจากยาเสพติดหรือเป็นโรคทางจิตเวช

การแยกสาเหตุไม่สามารถดูจากอาการเพียงอย่างเดียว เพราะคนที่มีอาการทางจิตจากสารและคนที่มีโรคทางจิตเวชอาจแสดงอาการคล้ายกันมาก

สิ่งที่ทีมรักษาจะให้ความสำคัญคือช่วงเวลาของอาการ

หากอาการเริ่มหลังใช้สารมากขึ้น ใช้สารต่อเนื่องหลายวัน หรืออดนอนเป็นเวลานาน และอาการค่อยๆ ลดลงหลังหยุดสารและได้พักผ่อนอย่างเหมาะสม อาจทำให้นึกถึงความสัมพันธ์กับสารมากขึ้น

แต่หากเคยมีอาการหูแว่ว หวาดระแวง หรือพฤติกรรมผิดปกติก่อนเริ่มใช้สาร หรืออาการยังคงอยู่แม้ผ่านช่วงที่สารออกฤทธิ์และช่วงถอนสารไปแล้ว จำเป็นต้องประเมินโรคทางจิตเวชที่เกิดร่วมกันอย่างละเอียด

บางคนอาจมีโรคจิตเภท ซึ่งเป็นโรคทางจิตเวชที่มีความผิดปกติของความคิด การรับรู้ และการใช้ชีวิตต่อเนื่องอยู่ก่อน แล้วเริ่มใช้สารในภายหลัง การใช้ยาบ้า ไอซ์ กัญชา หรือสารอื่นสามารถทำให้อาการที่ควบคุมได้แล้วกลับมากำเริบ

บางคนไม่เคยมีอาการมาก่อน แต่เกิดอาการทางจิตชัดเจนหลังใช้สาร ขณะที่บางคนมีทั้งความเสี่ยงทางจิตเวชเดิมและมีสารเป็นตัวกระตุ้นให้อาการปรากฏชัดขึ้น

ประวัติจากครอบครัวจึงมีประโยชน์มาก เช่น ก่อนเริ่มใช้สารเคยพูดคนเดียวหรือไม่ เคยระแวงผิดปกติหรือไม่ การเรียนหรือการทำงานเริ่มเปลี่ยนก่อนหรือหลังใช้สาร และช่วงที่หยุดสารได้นานอาการเคยหายไปหรือยังคงอยู่

การประเมินซ้ำเมื่อผู้ป่วยพ้นจากภาวะมึนเมาและอาการถอนแล้วจึงมีความสำคัญ เพราะการวินิจฉัยที่แม่นยำอาจต้องอาศัยการติดตามอาการตามเวลา

เมื่อผู้ใช้สารมีอาการหูแว่วหรือหวาดระแวง ครอบครัวควรทำอย่างไร

เมื่อคนในครอบครัวเชื่อว่ามีคนกำลังตามทำร้าย ปฏิกิริยาแรกของญาติมักเป็นการพยายามพิสูจน์ว่าเรื่องนั้นไม่จริง เช่น “ไม่มีใครตามทั้งนั้น” หรือ “คิดไปเองเพราะเสพยา”

แม้ครอบครัวต้องการช่วยให้กลับมามองความจริง แต่การโต้เถียงโดยตรงในช่วงที่เจ้าตัวกำลังหวาดกลัวมากอาจทำให้ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น

ไม่จำเป็นต้องยืนยันว่าความเชื่อนั้นเป็นเรื่องจริง แต่สามารถยอมรับความรู้สึกของเขาได้ เช่น “เราไม่ได้เห็นว่ามีใครอยู่ตรงนั้น แต่เห็นว่าตอนนี้เธอกลัวมาก เราอยากช่วยให้เธออยู่ในที่ที่ปลอดภัย”

ควรพูดด้วยน้ำเสียงสงบ ใช้ประโยคสั้นและชัดเจน ลดคนที่เข้ามารุมพูดคุย และหลีกเลี่ยงการตะโกน ข่มขู่ เยาะเย้ย หรือพยายามบังคับให้ยอมรับว่าตนเองคิดผิด

หากเจ้าตัวกำลังระแวงคนใดคนหนึ่งมาก ควรหลีกเลี่ยงการให้คนนั้นเป็นผู้เข้าไปเผชิญหน้าหรือพยายามเกลี้ยกล่อมในช่วงที่อาการรุนแรง

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือไม่ปล่อยให้ใช้สารเพิ่มเพื่อ “ทำให้สงบ” เพราะสารอาจทำให้อาการรุนแรงหรือคาดเดาได้ยากขึ้น

หากมีอาการสับสนมาก ควบคุมตนเองไม่ได้ มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง มีความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น ไม่กินไม่ดื่มเพราะความหวาดระแวง หรือได้ยินเสียงที่สั่งให้ทำสิ่งอันตราย ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและพาเข้ารับการประเมินทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

อาการทางจิตที่เกิดร่วมกับการติดสารรักษาอย่างไร

การรักษาต้องดูทั้งความปลอดภัย อาการทางจิต และการใช้สาร เพราะการทำให้อาการสงบลงโดยไม่จัดการการใช้สาร อาจทำให้อาการกลับมาอีกเมื่อกลับไปใช้สารซ้ำ

หยุดการได้รับสารและประเมินภาวะมึนเมาหรือถอนสาร

ขั้นแรกต้องประเมินว่าสารใดเกี่ยวข้อง ใช้ครั้งล่าสุดเมื่อใด มีการใช้หลายสารร่วมกันหรือไม่ นอนหลับครั้งล่าสุดเมื่อใด และมีภาวะทางกายที่ต้องรักษาเร่งด่วนหรือไม่

สารบางชนิดมีอาการถอนที่อาจเป็นอันตราย จึงไม่ควรพยายามหยุดหรือจัดการอาการด้วยตนเองโดยไม่มีการประเมิน โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยากดประสาทต่อเนื่องในปริมาณมาก

ใช้ยารักษาอาการทางจิตเมื่อมีข้อบ่งชี้

จิตแพทย์อาจพิจารณายารักษาอาการทางจิตตามความรุนแรงและสาเหตุของอาการ เพื่อช่วยลดอาการหลอน ความคิดหวาดระแวง ความกระวนกระวาย หรืออาการอื่นที่รบกวนความปลอดภัยและการใช้ชีวิต

หากพบว่าเป็นโรคทางจิตเวชที่ต้องรักษาต่อเนื่อง อาจจำเป็นต้องใช้ยาในระยะยาวตามการประเมินของจิตแพทย์

ไม่ควรหยุดยาเองทันทีเมื่ออาการหูแว่วหรือหวาดระแวงดีขึ้น เพราะการหายของอาการไม่ได้หมายความว่าโรคหรือความเสี่ยงต่อการกำเริบหมดไปแล้ว

รักษาการติดสารเพื่อป้องกันอาการกลับมา

ในผู้ที่สารเป็นตัวกระตุ้นอาการ การกลับไปใช้สารซ้ำสามารถทำให้อาการทางจิตกลับมาได้ การรักษาจึงต้องช่วยให้เจ้าตัวเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สาร การอดนอน และอาการทางจิตของตนเอง

การบำบัดทางจิตใจ การพูดคุยเพื่อสร้างแรงจูงใจ การค้นหาสิ่งกระตุ้นให้ใช้สาร และการวางแผนป้องกันการกลับไปใช้สารซ้ำจึงมีบทบาทสำคัญ

สำหรับคนที่เคยมีอาการทางจิตรุนแรง การป้องกันการกลับไปใช้สารไม่ได้มีเป้าหมายเพียงป้องกันการติดสาร แต่ยังช่วยลดปัจจัยที่อาจทำให้อาการทางจิตกำเริบอีกด้วย

ฟื้นฟูการนอนและชีวิตประจำวัน

การอดนอนสามารถทำให้อารมณ์ การคิด และการรับรู้แย่ลง โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้สารกระตุ้น

การฟื้นฟูจึงต้องช่วยให้วงจรการนอนกลับมาเป็นปกติ รับประทานอาหารสม่ำเสมอ มีกิจวัตรที่ชัดเจน และลดสภาพแวดล้อมที่ทำให้กลับไปใช้สาร

เมื่ออาการทางจิตเริ่มคงที่ จึงค่อยเพิ่มการฟื้นฟูด้านการเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์ และการกลับไปใช้ชีวิตในสังคมอย่างเหมาะสม

หากผู้ป่วยไม่ยอมรับว่าตนเองมีอาการหรือมีปัญหาการใช้สาร ควรทำอย่างไร

ผู้ที่กำลังมีอาการทางจิตอาจไม่รับรู้ว่าอาการที่ตนเองกำลังประสบแตกต่างจากความเป็นจริง สำหรับเจ้าตัว เสียงที่ได้ยินหรือความรู้สึกว่ากำลังถูกติดตามอาจเป็นเรื่องจริงอย่างมาก

การพยายามบังคับให้พูดว่า “ฉันคิดไปเอง” จึงมักไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ดี

ครอบครัวสามารถเริ่มจากสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกันได้ เช่น “ช่วงนี้ไม่ได้นอนมาหลายคืน” “ดูเหมือนจะเครียดและกลัวมาก” หรือ “ช่วงหลังต้องคอยระวังคนรอบตัวจนไม่ได้พัก”

หากเจ้าตัวยังไม่ยอมรับเรื่องการใช้สาร อาจเริ่มชวนเข้ารับการประเมินจากอาการที่เขากำลังทุกข์ เช่น นอนไม่หลับ ใจไม่สงบ รู้สึกไม่ปลอดภัย หรือได้ยินเสียงรบกวน แทนที่จะเริ่มต้นด้วยการโต้เถียงว่าเขา “ติดยา”

เมื่ออาการสงบลงจึงค่อยพูดคุยถึงความสัมพันธ์ระหว่างสาร การอดนอน และอาการที่เกิดขึ้น การพูดคุยในช่วงที่เจ้าตัวสามารถรับฟังและคิดทบทวนได้ มักมีประโยชน์กว่าการพยายามเอาชนะกันในช่วงที่กำลังหวาดระแวงรุนแรง

มีอาการทางจิตร่วมกับการใช้สาร ควรเริ่มขอความช่วยเหลือที่ไหน

หากปัญหาหลักเป็นอาการทางจิตเวช และมีการใช้แอลกอฮอล์ กัญชา หรือสารอื่นเพียงเป็นครั้งคราวโดยยังไม่มีรูปแบบการติดสารชัดเจน หรือผู้ป่วยยังไม่พร้อมเข้ารับการรักษาและครอบครัวต้องการคำแนะนำก่อน สามารถเริ่มต้นด้วยการมาปรึกษาที่ ปีติ คลินิก (Piti Clinic) คลินิกสุขภาพจิตของเรา บริเวณถนนประดิพัทธ์ ย่านสะพานควาย กรุงเทพฯ เพื่อช่วยประเมินข้อมูลเบื้องต้น แยกความสัมพันธ์ระหว่างอาการทางจิตกับการใช้สาร และช่วยครอบครัววางแนวทางการพูดคุยเพื่อพาผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาที่เหมาะสม

แต่หากมีการใช้สารซ้ำ ควบคุมไม่ได้ หยุดแล้วกลับไปใช้ใหม่หลายครั้ง มีอาการถอน หรือพบว่าทุกครั้งที่กลับไปใช้ยาบ้า ไอซ์ กัญชา หรือสารอื่นแล้วอาการหวาดระแวงและอาการทางจิตกลับมากำเริบ ควรให้ความสำคัญกับการบำบัดปัญหาการติดสารอย่างจริงจัง

ผู้ที่มีทั้งการติดสารและอาการทางจิตอาจต้องการสภาพแวดล้อมที่ควบคุมการเข้าถึงสาร สามารถติดตามการนอน การรับประทานยา และการเปลี่ยนแปลงของอาการได้ต่อเนื่อง การบำบัดแบบอยู่ประจำจึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณาในกรณีที่ปัญหามีความซับซ้อนหรือกลับไปใช้สารซ้ำในสภาพแวดล้อมเดิม

การบำบัดอาการทางจิตและการติดสารที่ Day One Rehabilitation Center

สำหรับผู้ที่มีอาการหูแว่ว หวาดระแวง หรืออาการทางจิตร่วมกับการติดสาร Day One Rehabilitation Center ให้ความสำคัญกับการประเมินทั้งสองปัญหาไปพร้อมกัน เพราะอาการทางจิตอาจเกิดจากสาร ถูกกระตุ้นให้กำเริบจากสาร หรือเป็นโรคทางจิตเวชที่เกิดร่วมกับการติดสารก็ได้

การบำบัดแบบอยู่ประจำช่วยลดการเข้าถึงสารและสิ่งกระตุ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ทีมรักษาติดตามว่าเมื่อหยุดสาร ได้พักผ่อน และการนอนเริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว อาการหูแว่ว ความหวาดระแวง และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

จิตแพทย์สามารถประเมินอาการอย่างต่อเนื่อง พิจารณาการใช้ยาตามข้อบ่งชี้ และติดตามโรคทางจิตเวชที่อาจเกิดร่วมกัน ขณะที่ทีมบำบัดดูแลเรื่องแรงจูงใจในการหยุดสาร ความเข้าใจต่ออาการ สิ่งกระตุ้นให้กลับไปใช้สาร และทักษะในการดูแลตนเอง

เมื่ออาการคงที่มากขึ้น การบำบัดจะช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษามองย้อนกลับไปเห็นความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สาร การอดนอน ความเครียด และการกำเริบของอาการโดยไม่ใช้การตำหนิ

ตัวอย่างเช่น หากพบว่าทุกครั้งที่กลับไปใช้ไอซ์ต่อเนื่องหลายวันจะเริ่มไม่หลับ ระแวงคนรอบตัว และได้ยินเสียง การเห็นรูปแบบนี้ด้วยตนเองสามารถกลายเป็นเหตุผลสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้หลีกเลี่ยงการกลับไปใช้สาร

ก่อนกลับบ้านควรมีแผนรับมือที่ชัดเจน ทั้งการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง การนอน การหลีกเลี่ยงสารและกลุ่มเสี่ยง การติดตามรักษา และการสังเกตสัญญาณเตือน เช่น เริ่มนอนน้อยลง แยกตัว ระแวงมากขึ้น หรือเริ่มกลับไปหาสาร

เป้าหมายจึงไม่ได้อยู่เพียงการทำให้อาการหูแว่วหายไปในช่วงหนึ่ง แต่ช่วยลดโอกาสที่สารและอาการทางจิตจะกลับมากระตุ้นกันซ้ำ พร้อมฟื้นฟูให้ผู้เข้ารับการรักษากลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการหูแว่ว หวาดระแวง และยาเสพติด

หูแว่วหมายความว่าเป็นโรคจิตเภทเสมอหรือไม่

ไม่เสมอไป อาการหูแว่วเกิดได้จากหลายสาเหตุ รวมถึงสารเสพติด ภาวะถอนสาร โรคทางกายบางชนิด และโรคทางจิตเวชหลายประเภท จึงต้องประเมินร่วมกับประวัติและอาการอื่น

ยาบ้าหรือไอซ์ทำให้หูแว่วและหวาดระแวงได้หรือไม่

ได้ ยาบ้าและไอซ์สามารถทำให้เกิดความวิตกกังวล นอนไม่หลับ หวาดระแวง และในบางคนเกิดอาการหลอนหรืออาการทางจิต โดยเฉพาะเมื่อใช้ต่อเนื่องหรือมีการอดนอนร่วมด้วย

กัญชาทำให้เกิดอาการทางจิตได้ไหม

ได้ในบางคน กัญชาสามารถกระตุ้นความวิตกกังวล ความหวาดระแวง และอาการทางจิตได้ โดยความไวต่อผลของสารแตกต่างกันในแต่ละคน ผู้ที่เคยมีอาการทางจิตควรแจ้งประวัติการใช้กัญชาให้แพทย์ทราบ

หยุดยาเสพติดแล้วอาการหูแว่วจะหายเองหรือไม่

บางคนอาการอาจลดลงหลังหยุดสารและได้พักผ่อน แต่ไม่ควรสรุปว่าจะหายเองทุกคน หากอาการรุนแรง รบกวนความปลอดภัย หรือยังคงอยู่หลังหยุดสาร ควรได้รับการประเมินโดยจิตแพทย์

ผู้ป่วยบอกว่ามีคนตาม ควรบอกว่าเขาคิดไปเองหรือไม่

ไม่ควรโต้เถียงหรือเยาะเย้ยในช่วงที่กำลังหวาดกลัวมาก ไม่จำเป็นต้องยืนยันว่าความเชื่อนั้นจริง แต่สามารถบอกได้ว่าตนเองไม่ได้เห็นสิ่งเดียวกัน พร้อมยอมรับว่าเจ้าตัวกำลังกลัวและช่วยพาไปอยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย

ถ้าผู้ป่วยได้ยินเสียงสั่งให้ทำสิ่งอันตรายควรทำอย่างไร

ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและเข้ารับการประเมินอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะหากเจ้าตัวมีแนวโน้มทำตามเสียง มีความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น หรือไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมได้

อาการทางจิตจากยาเสพติดรักษาได้หรือไม่

รักษาได้ การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของสาร ความรุนแรงของอาการ และมีโรคทางจิตเวชเกิดร่วมด้วยหรือไม่ บางคนอาการดีขึ้นมากหลังหยุดสาร พักผ่อน และได้รับการรักษา ขณะที่บางคนจำเป็นต้องติดตามรักษาต่อเนื่อง

หากมีโรคจิตเภทอยู่แล้ว ยังใช้กัญชาหรือสารเสพติดเป็นครั้งคราวได้หรือไม่

ไม่ควรมองว่าการใช้เป็นครั้งคราวไม่มีความเสี่ยง เพราะสารบางชนิดอาจกระตุ้นให้อาการทางจิตกำเริบและรบกวนการรักษาได้ ผู้ที่มีประวัติอาการทางจิตควรพูดคุยกับจิตแพทย์เกี่ยวกับการใช้สารอย่างตรงไปตรงมา

อาการทางจิตกับการติดสารควรรักษาอะไรก่อน

ควรรักษาอย่างเชื่อมโยงกัน โดยเริ่มจากความปลอดภัย ภาวะมึนเมา อาการถอน และอาการทางจิตที่รุนแรงก่อน เมื่ออาการคงที่แล้วต้องรักษาปัญหาการใช้สารต่อ ไม่ควรหยุดการรักษาเพียงเพราะอาการหูแว่วหรือหวาดระแวงดีขึ้น

มีอาการทางจิตร่วมกับการใช้สารจำเป็นต้องเข้าศูนย์บำบัดหรือไม่

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน หากปัญหาทางจิตเวชเป็นปัญหาหลักและมีการใช้สารเพียงเป็นครั้งคราวโดยยังไม่มีลักษณะการติดสารชัดเจน สามารถเริ่มจากการประเมินสุขภาพจิตได้ แต่หากมีการใช้สารซ้ำ ควบคุมไม่ได้ หยุดแล้วกลับไปใช้ใหม่ มีอาการถอน หรือการกลับไปใช้สารสัมพันธ์กับการกำเริบของอาการทางจิต การบำบัดการติดสารแบบอยู่ประจำที่ Day One Rehabilitation Center เป็นทางเลือกที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง

อาการทางจิตและการติดสารต้องมองให้ครบทั้งสาเหตุและสิ่งที่กระตุ้นให้อาการกลับมา

อาการหูแว่ว หวาดระแวง และอาการทางจิตไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวเป็นคนอันตรายหรือไม่มีทางกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และอาการเหล่านี้ก็ไม่ควรถูกสรุปว่าเกิดจากยาเสพติดเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้รับการประเมิน

บางคนมีอาการจากฤทธิ์ของสาร บางคนมีโรคทางจิตเวชอยู่ก่อนแล้วและสารทำให้อาการกำเริบ ขณะที่บางคนมีทั้งการติดสารและโรคทางจิตเวชที่ต้องได้รับการรักษาควบคู่กัน

สำหรับครอบครัว สิ่งสำคัญในช่วงที่อาการรุนแรงคือความปลอดภัย ไม่โต้เถียงกับความเชื่อหรือสิ่งที่ผู้ป่วยกำลังรับรู้ และพาเข้าสู่การประเมินที่เหมาะสม เมื่ออาการคงที่แล้วจึงค่อยช่วยให้เจ้าตัวเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสาร การนอน ความเครียด และอาการที่เกิดขึ้น

หากพบว่าการกลับไปใช้สารทำให้อาการหูแว่วหรือหวาดระแวงกลับมาซ้ำ การรักษาการติดสารเป็นส่วนสำคัญของการป้องกันอาการทางจิตกำเริบ การดูแลทั้งสองด้านอย่างต่อเนื่องจึงช่วยให้เป้าหมายไม่ได้หยุดเพียงการทำให้อาการสงบ แต่รวมถึงการกลับไปใช้ชีวิต การทำงาน และอยู่ร่วมกับครอบครัวได้อย่างมั่นคงขึ้น

ปรึกษาการบำบัดหูแว่ว หวาดระแวง และอาการทางจิตกับเรา

ประเมินเบื้องต้นฟรี เป็นความลับ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00 น.