ติดการพนัน หวย และลอตเตอรี่ อาการ ผลกระทบ และแนวทางการบำบัดรักษา
เนื้อหาโดยทีมแพทย์ Day One Rehabilitation Center · ตรวจสอบโดย นพ.พิชญุตม์ เกษมภักดีพงษ์ (จิตแพทย์)
การพนันไม่ได้มีเฉพาะคาสิโนหรือโต๊ะพนัน แต่รวมถึงพนันออนไลน์ พนันกีฬา บาคาร่า สล็อต หวยใต้ดิน หวยออนไลน์ และลอตเตอรี่ เมื่อการเล่นเริ่มควบคุมไม่ได้ ต้องเพิ่มเงินเดิมพัน พยายามหยุดหลายครั้งแต่กลับไปเล่น หรือใช้เงินมากขึ้นเพื่อหวังเอาเงินที่เสียไปกลับคืนมา พฤติกรรมดังกล่าวอาจพัฒนาเป็น โรคติดการพนัน ซึ่งเป็นการเสพติดทางพฤติกรรมที่สามารถสร้างผลกระทบต่อสมอง อารมณ์ การเงิน การทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวได้
ปัญหาการพนันมักถูกมองเห็นช้ากว่าการติดสารเสพติด เพราะไม่มีอาการเมาหรือสารตกค้างให้ครอบครัวสังเกต บางคนยังทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่เริ่มยืมเงิน ปิดบังรายจ่าย หมุนเงินหลายทาง หรือใช้เวลาจำนวนมากคิดว่าจะเล่นอะไร งวดหน้าจะออกเลขอะไร หรือจะหาเงินจากที่ไหนมาเล่นต่อ
โดยเฉพาะหวยและลอตเตอรี่ การซื้อเป็นครั้งคราวไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นโรคติดการพนัน แต่เมื่อเริ่มซื้อเกินกำลัง ควบคุมไม่ได้ เพิ่มจำนวนเงินอย่างต่อเนื่อง หรือเชื่อว่าต้องเล่นต่อเพื่อเอาเงินที่เสียกลับคืนมา ก็ควรเริ่มประเมินปัญหา การรักษาจึงไม่ได้มุ่งเพียงห้ามเล่น แต่ต้องจัดการทั้งความอยาก ความคิดเกี่ยวกับการพนัน การเข้าถึงเงิน สิ่งกระตุ้น หนี้สิน และโรคร่วมทางจิตเวชที่อาจอยู่เบื้องหลัง
ติดการพนัน หวย หรือลอตเตอรี่ สังเกตได้อย่างไร
การพนันกระตุ้นระบบรางวัลของสมอง ความตื่นเต้นไม่ได้เกิดเฉพาะตอนชนะ แต่ช่วงที่กำลังรอผลหรือเกือบชนะก็สามารถทำให้คนอยากเล่นต่อได้ เมื่อเกิดขึ้นซ้ำๆ การพนันอาจค่อยๆ เข้ามามีบทบาทกับความคิดและชีวิตประจำวันมากขึ้น
สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่
-
คิดถึงการพนัน หวย หรือผลรางวัลบ่อยจนรบกวนชีวิต
-
ต้องเพิ่มจำนวนเงินเดิมพันเพื่อให้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนเดิม
-
ตั้งใจว่าจะเล่นเพียงเล็กน้อยแต่ใช้เงินมากกว่าที่วางแผนไว้
-
พยายามลดหรือหยุดหลายครั้งแต่ทำไม่ได้
-
หงุดหงิด กระสับกระส่าย หรืออารมณ์เสียเมื่อไม่ได้เล่น
-
เล่นการพนันเมื่อเครียด เศร้า เหงา หรือมีปัญหา
-
เมื่อเสียเงินแล้วรีบกลับไปเล่นเพื่อหวังเอาเงินคืน
-
ปิดบังหรือโกหกครอบครัวเรื่องจำนวนเงินที่ใช้
-
ยืมเงิน กู้เงิน หรือขอให้ครอบครัวช่วยแก้ปัญหาหนี้
-
การเรียน งาน หรือความสัมพันธ์ได้รับผลกระทบจากการพนัน
สัญญาณที่สำคัญมากคือ การไล่ตามเงินที่เสียไป เช่น วันนี้เสีย 5,000 บาท แล้วคิดว่าหากเพิ่มเดิมพันอีก 10,000 บาทอาจได้ทั้งหมดคืน ความคิดนี้สามารถทำให้เงินที่เสียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะการเล่นครั้งต่อไปไม่ได้มีหน้าที่คืนเงินที่เสียจากครั้งก่อน
ทำไมหวยและลอตเตอรี่ก็ทำให้เกิดปัญหาการพนันได้
คำว่า “ติดการพนัน” อาจทำให้หลายคนนึกถึงคาสิโนหรือพนันออนไลน์ แต่รูปแบบการพนันไม่ได้เป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือ ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมและผลกระทบที่เกิดขึ้น
ตัวอย่างเช่น คนหนึ่งอาจซื้อลอตเตอรี่เป็นครั้งคราวด้วยเงินจำนวนที่กำหนดไว้และไม่เกิดผลกระทบต่อชีวิต ขณะที่อีกคนอาจซื้อหวยทุกงวดหลายช่องทาง เพิ่มเงินเมื่อไม่ถูก ยืมเงินมาซื้อ หรือใช้เวลาหลายชั่วโมงค้นหาเลขและคิดถึงงวดถัดไป
บางคนเริ่มจากเงินจำนวนไม่มาก แต่เมื่อเคยถูกรางวัล อาจเกิดความคิดว่า “ถ้าครั้งนั้นถูกได้ ครั้งต่อไปก็น่าจะถูกอีก” หรือหลังเสียหลายครั้งอาจคิดว่า “งวดนี้ต้องเอาคืนให้ได้”
อีกความคิดที่พบได้คือการเชื่อว่าตนเองเริ่มมองเห็นรูปแบบของผลรางวัล เช่น เลขนี้ออกมานานแล้วจึง “น่าจะถึงเวลาออก” หรือเลขที่ไม่ออกหลายงวด “ต้องมาแล้ว” ทั้งที่ผลของเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้รับประกันผลครั้งถัดไป
ดังนั้นครอบครัวไม่จำเป็นต้องถกเถียงว่าหวยหรือลอตเตอรี่เรียกว่า “การพนันจริงๆ หรือไม่” แต่ควรมองว่าพฤติกรรมนั้นเริ่มควบคุมชีวิต การเงิน และอารมณ์ของคนคนนั้นหรือยัง
ผลกระทบจากการติดการพนันไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน
หนี้สินเป็นผลกระทบที่ครอบครัวมักเห็นชัดที่สุด แต่โรคติดการพนันสามารถกระทบหลายด้านพร้อมกัน
ด้านการเงินอาจเริ่มจากเงินเก็บลดลง ก่อนพัฒนาเป็นการยืมเงิน ใช้บัตรเครดิต กู้เงินหลายแหล่ง ขายทรัพย์สิน หรือขอให้ครอบครัวช่วยใช้หนี้ บางครอบครัวจึงเข้าสู่วงจร “เกิดหนี้ ครอบครัวใช้ให้ กลับไปเล่น” แล้วก็เกิดหนี้ใหม่วนซ้ำไปเรื่อยๆ
ด้านความสัมพันธ์ ปัญหามักไม่ได้เกิดจากเงินเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการปิดบังและความไว้วางใจที่ลดลง เช่น บอกว่าจะเลิกแต่กลับไปเล่น ปิดยอดหนี้ มีบัญชีหรือแหล่งเงินที่ครอบครัวไม่ทราบ หรือขอยืมเงินโดยไม่ได้บอกว่าจะนำไปใช้พนัน
ด้านสุขภาพจิต ผู้ที่มีปัญหาการพนันอาจมีความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า หงุดหงิด นอนไม่หลับ หรือรู้สึกสิ้นหวังเมื่อหนี้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบโรคร่วม เช่น ภาวะซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ โรคสมาธิสั้น และปัญหาการใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดได้ จึงควรประเมินสุขภาพจิตควบคู่กับพฤติกรรมการพนัน
หากพบว่าผู้ที่มีปัญหาการพนันมีความคิดหรือพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง สิ้นหวังอย่างรุนแรง หรือไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมที่เป็นอันตรายได้ ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว
การรักษาโรคติดการพนัน หวย และลอตเตอรี่ ทำอย่างไร
การติดการพนันไม่มีสารที่ต้องดีท็อกซ์ออกจากร่างกายเหมือนแอลกอฮอล์หรือเฮโรอีน แต่หลังหยุดเล่นอาจรู้สึกอยากพนัน หงุดหงิด กระสับกระส่าย เบื่อ หรือคิดถึงการเล่นซ้ำอย่างมาก ดังนั้นการรักษาจึงมุ่งจัดการวงจรความคิด อารมณ์ ความอยาก และสิ่งกระตุ้นที่นำไปสู่การพนัน
การบำบัดความคิดและพฤติกรรม
การบำบัดความคิดและพฤติกรรม หรือ CBT เป็นแนวทางสำคัญในการรักษาปัญหาการพนัน เพราะช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดมองเห็นความคิดที่ผลักดันให้เล่นต่อ เช่น
“เสียไปเยอะแล้ว ต้องเอาคืน”
“เกือบถูกแล้ว รอบหน้ามีโอกาสมากขึ้น”
“วันนี้ดวงกำลังมา”
“ถ้าเพิ่มเงินเดิมพันครั้งเดียว อาจปิดหนี้ทั้งหมดได้”
จากนั้นผู้เข้ารับการบำบัดจะฝึกตรวจสอบความคิดเหล่านี้และปรับเป็นความคิดที่สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น เช่น
“เงินที่เสียไปแล้วไม่สามารถทำให้กลับคืนมาได้ด้วยการเล่นต่อ การเพิ่มเงินเดิมพันอาจทำให้หนี้มากขึ้น”
“การเกือบถูกไม่ได้ทำให้โอกาสครั้งต่อไปเพิ่มขึ้น ผลแต่ละครั้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลครั้งก่อน”
“ความรู้สึกว่าดวงกำลังมาไม่ใช่หลักฐานว่าฉันจะชนะ และฉันไม่จำเป็นต้องตัดสินใจตอนที่กำลังตื่นเต้น”
“การเพิ่มเงินเดิมพันไม่ได้รับประกันว่าจะปิดหนี้ได้ ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือหยุดการเล่นและวางแผนจัดการหนี้โดยไม่ใช้การพนัน”
การบำบัดไม่ได้เพียงบอกว่าความคิดเหล่านี้ผิด แต่ช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาเรียนรู้ที่จะสังเกตความคิด ตรวจสอบความเป็นจริง และสร้างวิธีตอบสนองใหม่ก่อนตัดสินใจกลับไปเล่น
การสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
หลายคนที่มีปัญหาการพนันมีทั้งด้านที่อยากหยุดและด้านที่ยังอยากเล่นต่อ เพราะหวังว่าจะได้เงินคืนหรือยังรู้สึกว่าตนเองควบคุมได้
การพูดคุยเพื่อสร้างแรงจูงใจจึงช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดสำรวจด้วยตนเองว่า การพนันให้อะไรกับชีวิต และในขณะเดียวกันกำลังนำอะไรออกไปจากชีวิต เช่น เงิน ความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ การนอน หรือความสงบทางจิตใจ
เป้าหมายไม่ใช่การบังคับให้ยอมรับว่าตนเอง “เป็นคนติดพนัน” แต่ช่วยให้มองเห็นความแตกต่างระหว่างชีวิตที่กำลังเกิดขึ้นกับชีวิตที่ต้องการ
จำกัดการเข้าถึงเงินและช่องทางการพนัน
สำหรับการพนัน การควบคุมสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญมาก เพราะเงินสด บัญชีธนาคาร บัตรเครดิต โทรศัพท์ แอป และเว็บไซต์พนันสามารถกลายเป็นสิ่งกระตุ้นและช่องทางกลับไปเล่นได้
ในช่วงแรกของการรักษาอาจต้องวางระบบการเงินร่วมกับครอบครัว เช่น จำกัดเงินที่เข้าถึงได้ แยกเงินสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น หลีกเลี่ยงการกู้เพิ่ม และลดการเข้าถึงช่องทางการพนัน
อย่างไรก็ตาม การควบคุมเงินเพียงอย่างเดียวไม่ใช่การรักษาทั้งหมด เพราะหากความอยาก ความคิด และปัญหาที่ผลักดันให้เล่นยังไม่ได้รับการจัดการ เมื่อกลับมามีอิสระทางการเงินอีกครั้งก็อาจกลับไปเล่นได้
มียารักษาอาการติดการพนันหรือไม่
ปัจจุบันการบำบัดทางจิตใจและการปรับพฤติกรรมยังเป็นส่วนสำคัญของการรักษาโรคติดการพนัน และยังไม่มียาตัวเดียวที่ใช้รักษาผู้ติดการพนันทุกคนได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม มียาบางชนิดที่มีงานวิจัยสนับสนุนว่าอาจช่วยลดความอยากและแรงกระตุ้นในการเล่นพนันได้ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะยา naltrexone ซึ่งจิตแพทย์อาจพิจารณาใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน
Naltrexone เป็นยาที่เกี่ยวข้องกับระบบ opioid และระบบรางวัลของสมอง จึงอาจช่วยลดความรู้สึกอยาก ความตื่นเต้น หรือแรงผลักดันให้กลับไปเล่นพนัน อย่างไรก็ตาม ผลการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และยานี้ไม่ควรซื้อรับประทานเอง เพราะต้องประเมินข้อห้ามใช้ การทำงานของตับ ยาอื่นที่ใช้อยู่ และประวัติการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม opioid ก่อนเริ่มยา
นอกจากการพิจารณายาที่อาจช่วยลดแรงกระตุ้นโดยตรงแล้ว จิตแพทย์ยังอาจรักษาโรคร่วม เช่น ภาวะซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคไบโพลาร์ โรคสมาธิสั้น หรือปัญหาการใช้สารเสพติด เพราะเมื่ออารมณ์ ความเครียด หรือความคิดหมกมุ่นได้รับการดูแลดีขึ้น ผู้ป่วยอาจควบคุมแรงกระตุ้นและพฤติกรรมของตนเองได้ดีขึ้นทางอ้อม
อย่างไรก็ตาม ยาไม่ควรใช้แทนการบำบัดความคิดและพฤติกรรม การสร้างแรงจูงใจ การจำกัดการเข้าถึงเงินและช่องทางพนัน รวมถึงการจัดการหนี้สิน การเลือกใช้ยาจึงควรทำร่วมกับการประเมินโดยจิตแพทย์และแผนการรักษาที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน
ป้องกันการกลับไปเล่นพนันซ้ำได้อย่างไร
การกลับไปเล่นพนันมักไม่ได้เริ่มในวินาทีที่เปิดเว็บไซต์หรือซื้อลอตเตอรี่ แต่มีความคิดและสิ่งกระตุ้นเกิดขึ้นก่อน
สิ่งกระตุ้นที่พบได้ เช่น
-
เงินเดือนออกหรือมีเงินก้อนเข้าบัญชี
-
ความเครียดจากงานหรือครอบครัว
-
หนี้สินและความคิดว่าอยากหาเงินก้อนมาปิดหนี้
-
การเห็นโฆษณาหรือผลพนัน
-
การพูดคุยเรื่องเลขเด็ดหรือผลการแข่งขัน
-
เพื่อนชวนเล่น
-
ความเบื่อหรือความเหงา
-
การดื่มแอลกอฮอล์
-
การกลับมาเข้าถึงบัญชีธนาคารหรือวงเงินได้ง่าย
-
ความคิดว่า “เลิกมานานแล้ว เล่นนิดเดียวคงไม่เป็นไร”
แผนป้องกันการกลับไปเล่นซ้ำจึงควรครอบคลุมทั้งการจัดการเงิน การปิดช่องทางการพนัน การจัดการความอยาก การเปลี่ยนกิจวัตร และการวางแผนว่าจะติดต่อใครเมื่อเริ่มอยากกลับไปเล่น
หากเกิดการกลับไปเล่นอีกครั้ง ไม่ควรรีบสรุปว่าการรักษาล้มเหลว แต่ควรหยุดวงจรให้เร็วที่สุดและประเมินว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้น เพื่อปรับแผนป้องกันให้เหมาะสมขึ้น
คนในครอบครัวติดพนัน แต่ไม่ยอมรับว่ามีปัญหา ควรทำอย่างไร
ครอบครัวมักเริ่มพูดคุยหลังพบหนี้หรือจับได้ว่ามีการปิดบัง ทำให้การสนทนาเกิดขึ้นในช่วงที่ทุกฝ่ายมีอารมณ์สูง การเริ่มต้นด้วยคำว่า “ทำไมไม่หยุดสักที” “เสียไปเท่าไรแล้ว” หรือ “ถ้าเล่นอีกจะไม่ช่วยแล้ว” อาจทำให้อีกฝ่ายปกป้องตัวเองและปิดข้อมูลมากขึ้น
ควรเริ่มจากผลกระทบที่สังเกตได้ เช่น “ช่วงสามเดือนนี้ต้องยืมเงินหลายครั้งและเห็นว่าเครียดเรื่องหนี้มากขึ้น เลยอยากให้ลองมาดูด้วยกันว่าการพนันกำลังส่งผลกับชีวิตแค่ไหน”
อาจถามว่า “ตอนเริ่มเล่นตั้งใจจะใช้เงินเท่าไร แล้วตอนนี้ใช้จริงเท่าไร” “ถ้าหยุดเล่นหนึ่งเดือนคิดว่าส่วนไหนจะยากที่สุด” หรือ “ถ้าไม่ต้องเอาเงินที่เสียไปคืนด้วยการพนัน ชีวิตอยากให้เป็นอย่างไร”
อีกเรื่องที่สำคัญคือ ครอบครัวไม่ควรรีบใช้หนี้ให้ทุกครั้งโดยไม่มีแผนร่วมกัน เพราะแม้เกิดจากความตั้งใจช่วย แต่หากผู้เล่นกลับมามีเงินหรือวงเงินสำหรับเล่นอีกอย่างรวดเร็ว วงจรเดิมอาจเกิดซ้ำได้ การแก้หนี้จึงควรทำควบคู่กับการรักษาและการจัดระบบการเงิน
หากผู้ที่มีปัญหายังไม่พร้อมเข้ารักษา ครอบครัวสามารถมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนได้ เพื่อประเมินความรุนแรง วางขอบเขตเรื่องเงิน และเตรียมวิธีพูดคุยโดยไม่ต้องรอให้เกิดหนี้ก้อนใหม่
การบำบัดโรคติดการพนันที่ Day One Rehabilitation Center
การบำบัดแบบอยู่ประจำอาจเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาการพนันรุนแรง กลับไปเล่นซ้ำหลายครั้ง มีหนี้สินและความขัดแย้งในครอบครัวมาก ไม่สามารถหยุดการเข้าถึงพนันในสภาพแวดล้อมเดิม หรือมีการติดสารเสพติดและโรคร่วมทางจิตเวชที่ต้องดูแลพร้อมกัน
Day One Rehabilitation Center จะประเมินรูปแบบการพนัน ความถี่ จำนวนเงิน ผลกระทบด้านหนี้สิน สิ่งกระตุ้น ความคิดที่เกี่ยวข้องกับการพนัน การใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติด และสุขภาพจิต เพื่อวางแผนการรักษาตามปัญหาของแต่ละคน
การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีโครงสร้างช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดหยุดวงจรการเข้าถึงการพนันในช่วงแรก พร้อมทำการบำบัดรายบุคคลและกลุ่มบำบัด ฝึกจัดการความอยาก ปรับความคิดเกี่ยวกับการเอาเงินคืน และสร้างกิจวัตรที่ไม่ผูกกับการพนัน
หากมีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล โรคไบโพลาร์ โรคสมาธิสั้น ปัญหาการนอน หรือการติดสารเสพติดร่วมด้วย จิตแพทย์สามารถประเมินและวางแผนรักษาควบคู่กัน เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพียงหยุดเล่นในช่วงที่อยู่ภายในศูนย์ แต่ต้องลดปัจจัยที่ทำให้กลับไปเล่นเมื่อกลับสู่ชีวิตจริง
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่มีปัญหาติดการพนันต้องเข้าศูนย์บำบัดแบบอยู่ประจำ ผู้ที่ยังสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ ไม่มีปัญหาซับซ้อน และเหมาะกับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก สามารถเริ่มจากการประเมินกับจิตแพทย์และนักจิตบำบัดได้
สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ สามารถเข้ารับการประเมินแบบผู้ป่วยนอกได้ที่ ปีติ คลินิก (Piti Clinic) ซึ่งเป็นคลินิกสุขภาพจิตของเรา ตั้งอยู่ถนนประดิพัทธ์ ย่านสะพานควาย กรุงเทพฯ เพื่อประเมินปัญหาการพนัน สุขภาพจิต และวางแผนการบำบัดโดยไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวในศูนย์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดการพนัน หวย และลอตเตอรี่
ซื้อหวยทุกงวดถือว่าติดการพนันไหม
ไม่สามารถตัดสินจากความถี่เพียงอย่างเดียว ต้องดูว่าควบคุมเงินและพฤติกรรมได้หรือไม่ หากซื้อเกินกำลัง เพิ่มเงินต่อเนื่อง ปิดบังครอบครัว พยายามหยุดแล้วทำไม่ได้ หรือเกิดปัญหาหนี้สิน ควรเข้ารับการประเมิน
ติดหวยกับติดพนันออนไลน์เหมือนกันไหม
รูปแบบการเล่นแตกต่างกัน แต่สามารถเกิดปัญหาการพนันได้เหมือนกัน สิ่งสำคัญคือระดับการควบคุม ความหมกมุ่น การไล่ตามเงินที่เสีย และผลกระทบต่อชีวิต ไม่ใช่ชื่อของการพนันที่เล่น
ทำไมเสียพนันแล้วยังอยากเล่นเพื่อเอาคืน
เพราะผู้เล่นอาจเกิดความคิดว่าเงินที่เสียไปสามารถเอากลับคืนได้จากการเดิมพันครั้งต่อไป จึงเพิ่มเงินหรือเล่นถี่ขึ้น พฤติกรรมนี้เรียกว่าการไล่ตามเงินที่เสีย และเป็นสัญญาณสำคัญของปัญหาการพนัน
ติดพนันมีอาการถอนหรือไม่
ไม่มีการถอนสารทางร่างกายแบบแอลกอฮอล์หรือเฮโรอีน แต่เมื่อพยายามหยุด ผู้ที่ติดการพนันอาจรู้สึกอยากเล่นมาก หงุดหงิด กระสับกระส่าย เบื่อ หรือคิดถึงการพนันซ้ำๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องจัดการในกระบวนการบำบัด
ติดการพนันมียารักษาหรือไม่
ยังไม่มียาตัวเดียวที่เป็นการรักษาหลักสำหรับผู้ติดการพนันทุกคน การบำบัดความคิดและพฤติกรรม การสร้างแรงจูงใจ การจำกัดช่องทางพนัน และการจัดการเรื่องเงินเป็นส่วนสำคัญ จิตแพทย์อาจใช้ยาเมื่อมีโรคร่วมทางจิตเวช หรือพิจารณายาบางชนิดในผู้ป่วยที่เหมาะสม
ครอบครัวควรใช้หนี้พนันให้หรือไม่
การช่วยแก้หนี้โดยไม่มีแผนควบคุมการเงินและรักษาพฤติกรรมการพนันอาจทำให้วงจรเดิมเกิดซ้ำ ควรประเมินหนี้ วางขอบเขตการเข้าถึงเงิน และจัดการปัญหาการพนันไปพร้อมกัน
ติดพนันต้องเข้าศูนย์บำบัดไหม
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน ผู้ที่อาการไม่ซับซ้อนอาจรักษาแบบผู้ป่วยนอกด้วยจิตแพทย์และนักจิตบำบัดได้ แต่หากกลับไปเล่นซ้ำรุนแรง ควบคุมช่องทางเข้าถึงพนันไม่ได้ มีการใช้สารเสพติดร่วม มีโรคร่วมทางจิตเวช หรือจำเป็นต้องออกจากสภาพแวดล้อมเดิม การบำบัดแบบอยู่ประจำอาจเหมาะสมกว่า
ติดการพนันรักษาได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้หนี้หมดทางออก
ครอบครัวไม่จำเป็นต้องรอจนพบหนี้ก้อนใหญ่ สูญเสียงาน หรือความสัมพันธ์เสียหายอย่างรุนแรงก่อนจึงเริ่มขอความช่วยเหลือ หากเริ่มเห็นว่าคนใกล้ชิดหมกมุ่นกับการพนัน เพิ่มเงินเดิมพัน ไล่ตามเงินที่เสีย ปิดบังเรื่องเงิน หรือพยายามหยุดหลายครั้งแล้วกลับไปเล่น ควรเริ่มประเมินปัญหาตั้งแต่ระยะแรก
การรักษาโรคติดการพนันไม่ใช่เพียงการยึดโทรศัพท์ ปิดบัญชี หรือบอกให้มีวินัยมากขึ้น แต่ต้องช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาเข้าใจวงจรความคิดและความอยาก ลดการเข้าถึงสิ่งกระตุ้น จัดระบบการเงิน รักษาปัญหาสุขภาพจิตที่เกี่ยวข้อง และสร้างวิธีรับมือใหม่เมื่อเผชิญความเครียดหรือความต้องการกลับไปเล่น
แม้เคยเสียเงินจำนวนมาก สิ่งสำคัญไม่ใช่การพยายามเล่นอีกครั้งเพื่อเอาเงินทั้งหมดกลับคืน แต่คือการหยุดไม่ให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น และเริ่มสร้างการฟื้นตัวทั้งด้านจิตใจ การเงิน และความสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ
