โทร 02-028-7775LINE @dayoneไทย|EN
โลโก้ Day One Rehabilitation Centerศูนย์บำบัดยาเสพติด Day Oneสถานบำบัดยาเสพติด จ.นครนายก

พอตเค อาการเริ่มต้นที่ไม่ควรมองข้าม ภัยเงียบในรูปแบบบุหรี่ไฟฟ้า

พอตเค อาการเริ่มต้นที่ไม่ควรมองข้าม ภัยเงียบในรูปแบบบุหรี่ไฟฟ้า

พอตเค ส่งผลกระทบต่อร่างกายและสมองอย่างไร?

พอตเค คืออะไร

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บุหรี่ไฟฟ้าหรือพอตกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยขึ้น หลายครอบครัวอาจมองว่าเป็นแค่ “บุหรี่ไฟฟ้า” แต่ความจริงแล้วผู้ผลิตบางรายได้มีการเติมสารเสพติดเพิ่มเข้าไปในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้มีความเสี่ยงที่น่ากังวลมากกว่านั้น โดยเฉพาะการเติมสารเสพติดที่เรียกว่า เอโทมิเดท (Etomidate) ซึ่งเป็นยาในกลุ่มยาดมสลบชนิดหนึ่ง ในกลุ่มผู้ใช้สารจะเรียกบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมเอโทมิเดท (Etomidate) นี้ว่า “พอตเค” ซึ่งภายนอกดูคล้ายพอตทั่วไป แต่ฤทธิ์ของมันส่งผลต่อกระทบอย่างรุนแรงต่อ สมอง ระบบประสาท อารมณ์ และพฤติกรรม

หน่วยงานด้านสาธารณสุขของไทยเคยเตือนว่า พอตเคเป็นยาเสพติดที่มาในรูปแบบน้ำยาในหัวพอตหรือบุหรี่ไฟฟ้าขนาดเล็ก ภายนอกอาจดูเหมือนพอตไฟฟ้าทั่วไป จึงทำให้พ่อแม่หรือคนใกล้ตัวสังเกตได้ยาก นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มถูกลักลอบผสมสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทหลายชนิด ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อระบบประสาท จิตใจ และอวัยวะสำคัญของร่างกาย

สำหรับครอบครัว สิ่งสำคัญคือการรู้ทันว่า พอตเค อาการเริ่มต้น เป็นอย่างไร เพื่อให้สามารถสังเกต พูดคุย และพาผู้ที่สงสัยว่าใช้สารเข้าสู่การดูแลได้เร็วขึ้น

อาการเริ่มต้นที่ครอบครัวควรสังเกตในผู้ใช้ พอตเค

อาการของคนที่ใช้พอตเคอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับชนิดของสาร ปริมาณที่ได้รับ ความถี่ในการใช้ สภาพร่างกาย และโรคร่วมทางจิตเวช แต่โดยทั่วไป ครอบครัวสามารถเริ่มสังเกตความผิดปกติได้จาก 3 ด้านสำคัญ คือ ร่างกาย อารมณ์ และพฤติกรรม

1. อาการทางร่างกาย: มึนงง เดินเซ ดูไม่สดใสเหมือนเดิม

เนื่องจาก พอตเค มีฤทธิ์เป็นสารกดประสาร ออกฤทธิ์คล้ายกับการดื่มแอลกอฮอล์ หรือ ยาสลบ แต่มีฤทธิ์ที่รุนแรงและรวดเร็วกว่ามาก อาการเริ่มต้นที่พบได้คือ ผู้ใช้ดูมึนงง เหม่อลอย เดินเซ พูดช้าลง ตอบสนองช้า เหมือนคนเมา หรือดูเหมือนไม่ค่อยรู้ตัว บางคนอาจตาเยิ้ม อ่อนเพลียผิดปกติ เวียนหัว คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็ว หรือดูง่วงซึมในเวลาที่ไม่ควรเป็น

บางครอบครัวอาจเข้าใจว่าเป็นเพราะนอนน้อย เครียด หรือเหนื่อยจากการเรียนและการทำงาน แต่ถ้าอาการเหล่านี้เกิดซ้ำ ๆ โดยเฉพาะหลังกลับจากออกไปข้างนอก หลังเข้าห้องน้ำนานผิดปกติ หรือหลังใช้พอต ควรเริ่มสังเกตให้มากขึ้น

2. อาการทางอารมณ์: หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล หรืออารมณ์เปลี่ยนเร็ว

พอตเคอาจส่งผลต่ออารมณ์และการควบคุมตัวเอง ผู้ใช้บางคนอาจหงุดหงิดง่าย โมโหเร็ว พูดจารุนแรงขึ้น หรือมีอารมณ์ขึ้นลงผิดปกติ จากเดิมที่เคยคุยง่าย อาจกลายเป็นคนเก็บตัว ไม่อยากตอบคำถาม หรือระเบิดอารมณ์ทันทีเมื่อถูกถามเรื่องพอตหรือการใช้เงิน

บางคนอาจมีอาการวิตกกังวล สับสน หวาดระแวง หรือดูไม่ไว้วางใจคนในบ้าน หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับการใช้สารเสพติดหรือสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับพอตเค ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน เพราะสารเสพติดบางชนิดสามารถกระตุ้นหรือทำให้อาการทางจิตเวชรุนแรงขึ้นได้

3. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป: เก็บตัว โกหก ใช้เงินมากขึ้น

อีกหนึ่งสัญญาณที่พ่อแม่และคนใกล้ตัวมักสังเกตได้คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น เริ่มเก็บตัวมากขึ้น ไม่ค่อยอยู่กับครอบครัว ปิดห้องนานผิดปกติ ล็อกโทรศัพท์ตลอดเวลา กลับบ้านดึก มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยอธิบายไม่ได้ หรือเริ่มโกหกเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่อยขึ้น

ในวัยเรียน อาจเริ่มขาดเรียน ผลการเรียนตก ไม่สนใจสิ่งที่เคยชอบ ส่วนวัยทำงานอาจเริ่มขาดงาน มาสายบ่อย ทำงานผิดพลาด หรือมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น

อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นพอตเคเสมอไป แต่อาจเป็นสัญญาณว่าคนในครอบครัวกำลังมีปัญหาบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสารเสพติด ความเครียด ภาวะซึมเศร้า หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ซึ่งควรได้รับการพูดคุยและดูแลอย่างเหมาะสม

ทำไมครอบครัวไม่ควรมองข้ามอาการเริ่มต้น?

หลายบ้านมักรอให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงก่อน เช่น ถูกจับได้ชัดเจนว่าใช้สาร เสียการเรียน เสียงาน ก้าวร้าวหนัก หรือมีอาการทางจิตเวชรุนแรง จึงค่อยเริ่มหาทางรักษา แต่การรอนานเกินไปอาจทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้น

หากเริ่มสังเกตตั้งแต่ระยะแรก ครอบครัวมีโอกาสพูดคุย ประเมินความเสี่ยง และพาผู้ป่วยเข้ารับคำปรึกษาได้เร็วกว่า การช่วยเร็วไม่ได้แปลว่าต้องกล่าวหา แต่คือการเปิดพื้นที่ให้คนในครอบครัวรู้ว่า “เราสังเกตเห็น เราเป็นห่วง และเราอยากช่วย”

ถ้าสงสัยว่าลูกหรือคนในบ้านใช้พอตเค ควรเริ่มยังไง?

สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตั้งสติ อย่าเพิ่งดุด่า ประชด ข่มขู่ หรือใช้อารมณ์ เพราะอาจทำให้ผู้ใช้ปิดกั้นและปฏิเสธมากขึ้น ควรเลือกเวลาที่เขาไม่ได้มึนเมา ไม่ได้อารมณ์รุนแรง และอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย พูดคุยถึงความกังวลใจของเราเกี่ยวกับตัวของเขา เช่น “แม่รู้สึกไม่สบายใจที่ลูกดูอ่อนเพลีย มีอะไรอยากคุยกับแม่มั้ย”

หากทราบว่าปัญหามาจากการใช้สารเสพติด ควรมีการพูดคุยทำข้อตกลงกันและกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน เช่น ขอตรวจค้นหาสารเสพติดและสุ่มตรวจปัสสาวะทุกสัปดาห์ (หากสารเสพติดนั้นๆ สามารถตรวจทางปัสสาวะได้) มีขอกำหนดว่าไม่ให้กลับไปเสพซ้ำ หากสงสัยว่าใช้ซ้ำอีก จำเป็นต้องไปรักษา พบจิตแพทย์อย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้อาการเสพติดรุนแรงขึ้น

เมื่อไหร่ควรรีบพาไปพบผู้เชี่ยวชาญ?

หากผู้ใช้มีอาการสับสนมาก พูดไม่รู้เรื่อง หวาดระแวงรุนแรง ก้าวร้าว ควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่หลับไม่นอนหลายวัน หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อความปลอดภัย ควรรีบขอความช่วยเหลือจากแพทย์หรือหน่วยฉุกเฉินทันที

แต่แม้ยังไม่มีอาการรุนแรง ครอบครัวก็สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเห็นพฤติกรรมใช้สารซ้ำ ปฏิเสธปัญหา ใช้เงินผิดปกติ หรือเริ่มกระทบการเรียน การทำงาน และความสัมพันธ์

การบำบัดช่วยให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้

การบำบัดยาเสพติดไม่ใช่การลงโทษ แต่คือการช่วยให้ผู้ป่วยหยุดวงจรการใช้สาร ป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ ฟื้นฟูร่างกาย อารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม รวมถึงช่วยให้ครอบครัวเข้าใจวิธีรับมือที่เหมาะสมมากขึ้น

Day One Rehabilitation Center เป็นศูนย์บำบัดยาเสพติดและฟื้นฟูสุขภาพจิตแบบอยู่ประจำ ใกล้กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครนายก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกจากสภาพแวดล้อมเดิม ลดสิ่งกระตุ้น และเริ่มต้นฟื้นฟูอย่างจริงจัง โปรแกรมของศูนย์ประกอบด้วยการบำบัดรายบุคคลกับนักจิตบำบัด กิจกรรมกลุ่มบำบัด การประเมินอาการทางจิตเวช การปรับยาตามความเหมาะสม และการดูแลกิจวัตรประจำวัน เช่น อาหาร โภชนาการ และความเป็นอยู่

หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติด อย่ารอช้า การเข้ารับการบำบัดเร็วขึ้นหมายถึงโอกาสในการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ติดต่อ Day One Rehabilitation Center ศูนย์บำบัดยาเสพติดชั้นนำ เพื่อรับคำปรึกษาและการดูแลที่ครอบคลุม

**โทร : **020287775 **LINE : **@dayone www.dayonerehabcenter.com ** ที่ตั้ง: **99/1 Moo 6, Tambon Srichula, Muang, Nakornnayok 26000 Thailand (Only 1-hour drive from Bangkok) ** แผนที่: **https://maps.app.goo.gl/QsirzwMjJ185K5oa7

ปรึกษาเรื่องการบำบัดยาเสพติด

ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำ จันทร์ - อาทิตย์ 9.00 - 17.00