02-028-7775 จันทร์ – อาทิตย์: 9.00 -17.00 , Monday – Sunday: 9:00 AM - 5:00 PM
ถ้าคุณเคยเห็นโฆษณาประเภท “รักษาหาย 100% ใน 30 วัน” “เลิกยาได้ทันที” หรือ “ยาที่กินแล้วหายขาด” สิ่งแรกที่ครอบครัวควรรู้คือ ข้อความแบบนี้มักทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย เพราะในความเป็นจริง ไม่มีวิธีลัด ไม่มีอาหารเสริม ไม่มีผลิตภัณฑ์พิเศษ หรือโปรแกรมมหัศจรรย์ที่ทำให้คนติดยาเสพติดหายได้ทันที การติดสารเสพติดเป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับสมอง อารมณ์ พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วย จึงต้องอาศัย การรักษาที่ถูกต้อง มีมาตรฐาน และต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่คำโฆษณาที่ฟังดูดี
หลายครอบครัวจึงสงสัยต่อว่า แล้วจริง ๆ เลิกยาเสพติดต้องใช้เวลากี่เดือน คำตอบที่ซื่อตรงที่สุดคือ ผู้ป่วยจำนวนมากต้องใช้เวลา 1–2 ปี เพื่อให้สมองและพฤติกรรมที่เคยคุ้นชินกับสารเสพติดค่อย ๆ ฟื้นตัวและมั่นคงขึ้น ระยะเวลานี้ไม่ได้หมายความว่าต้องอยู่ในศูนย์บำบัดตลอด 1–2 ปี แต่หมายถึงการรักษาและติดตามอย่างต่อเนื่องในแต่ละระยะ จนผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้โดยมีโอกาสเสพซ้ำลดลงมากที่สุด
เพราะการบำบัดยาเสพติด ไม่ใช่แค่การหยุดเสพช่วงสั้น ๆ หรือผ่านระยะถอนพิษให้ได้เท่านั้น แม้ผู้ป่วยจะหยุดใช้สารได้แล้วในช่วงแรก แต่สมองยังอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวจากวงจรความอยากยา การนอนผิดปกติ อารมณ์แปรปรวน ความเครียด ความหงุดหงิด ซึมเศร้า หรือปัญหาความคิดและพฤติกรรมที่เคยผูกกับการเสพ
ผู้ป่วยบางรายยังมีโรคร่วมทางจิตเวช เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล ไบโพลาร์ หรืออาการทางจิตจากสารเสพติดร่วมด้วย จึงยิ่งทำให้การรักษาต้องละเอียดและใช้เวลา ไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จแบบเดียวกับทุกคนได้ การรักษาที่ดีจึงต้องเริ่มจากการประเมินที่แม่นยำ วางแผนเฉพาะราย และติดตามต่อเนื่องอย่างจริงจัง
สิ่งที่ครอบครัวต้องเข้าใจคือ 1–2 ปี คือช่วงเวลาของการฟื้นตัว ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ต้องนอนอยู่ในศูนย์บำบัดทั้งหมด ในทางปฏิบัติ ผู้ป่วยมักมีหลายช่วงของการรักษา เช่น
ช่วงแรกคือระยะถอนพิษและประคับประคองอาการ เพื่อให้ร่างกายและอารมณ์เริ่มคงที่ จากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูความคิด พฤติกรรม และแรงจูงใจในการเลิกยาอย่างจริงจัง หลังจากออกจากศูนย์แล้ว ยังควรมีการติดตามต่อเนื่อง เพราะช่วงกลับไปใช้ชีวิตจริงคือช่วงที่เสี่ยงกลับไปเสพซ้ำมากที่สุด
โปรแกรมการบำบัดรักษาของ Day One Rehabilitation Center แนะนำให้เริ่มต้นโปรแกรมที่ 2-4 สัปดาห์ สำหรับระยะถอนพิษและเริ่มฟื้นฟู และชี้ชัดว่าการฟื้นตัวของสมองจากการติดยาต้องอาศัยการรักษาต่อเนื่อง รวมถึงการไม่กลับไปเสพซ้ำอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้สมองค่อย ๆ ดีขึ้นใกล้เคียงปกติมากขึ้น
การรักษายาเสพติด ที่ได้ผล ไม่ได้อาศัยเพียงความอดทนของผู้ป่วย แต่ต้องมีระบบการดูแลที่ถูกต้อง ได้แก่
จิตแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการเสพติด จะประเมินว่าผู้ป่วยใช้สารชนิดใด ใช้มานานแค่ไหน มีอาการถอนพิษระดับใด และมีโรคร่วมทางจิตเวชหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อแผนการรักษาทั้งหมด ที่ Day One ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินอาการโดยจิตแพทย์ และวางแผนการบำบัดรักษาตั้งแต่เริ่มต้นของการเข้ามาบำบัดที่ศูนย์ หรือในกรณีที่ผู้ป่วยยังไม่มั่นใจว่าจำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดรักษาเลยหรือไม่ ผู้ป่วยสามารถไปปรึกษาจิตแพทย์ที่ ปีติ คลินิก (Piti Clinic) ของเราที่กรุงเทพก่อนได้ เพื่อให้แพทย์แนะนำว่าควรวางแผนในการบำบัดรักษาอย่างไรต่อไป
ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หงุดหงิด ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร หรือมีอาการทางจิตร่วม ซึ่งต้องได้รับการประเมินและปรับยาอย่างเหมาะสม ใน Day One มีการประเมินอาการทางจิตเวชและปรับการรักษาให้เหมาะกับแต่ละราย ในช่วงนี้การใช้ยาทางจิตเวชที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายเพื่อถอนสารเสพติดแต่ละชนิดเป็นหลัก รวมถึงดูแลกิจวัตรประจำวันและภาวะร่างกายร่วมกัน โดยจะใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์
ระยะนี้เป็นหัวใจสำคัญของการรักษาระยะยาว เพราะการกลับไปเสพซ้ำมักไม่ได้เกิดจากอาการถอนยาอย่างเดียว แต่เกิดจากความเครียด สิ่งกระตุ้นเดิม ความคิดเดิม และรูปแบบการใช้ชีวิตเดิม ผู้ป่วยจึงต้องได้รับทั้งบำบัดรายบุคคล กิจกรรมกลุ่มบำบัด และการฝึกทักษะจัดการอารมณ์กับความอยากยาอย่างต่อเนื่อง
อีกส่วนที่สำคัญคือ การรักษาโรคร่วมทางจิตเวช หากผู้ป่วยมีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ไบโพลาร์ หรือโรคจิตเภท แล้วไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ความเสี่ยงที่จะกลับไปใช้สารเสพติดก็จะสูงขึ้น เพราะผู้ป่วยอาจใช้สารเป็นวิธีหลบความทุกข์ทางใจ ในช่วงระยะนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยว่าผู้ป่วยยังมีความเสี่ยงกลับไปเสพติดซ้ำสูงหรือไม่ ในกลุ่มผู้ป่วยที่ความเสี่ยงต่ำ เช่น มีแรงจูงใจแน่วแน่ในการเลิกสารเสพติด มีระเบียบวินัย มีกิจวัตรประจำวันที่สม่ำเสมอ อารมณ์คงที่ สามารถวางแผนป้องกันไม่ให้ตนเองกลับไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีสารเสพติดได้ มีครอบครัวคอยให้กำลังใจ เฝ้าระวังและดูแลอย่างใกล้ชิด แพทย์อาจแนะนำให้บำบัดฟื้นฟูภายในศูนย์บำบัดเพียงแค่ 1-3 เดือน และให้ทดลองกลับไปใช้ชีวิตตามปกติเพื่อดูว่าหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสพติดได้หรือไม่ โดยมีการนัดมาปรับยาและติดตามอาการทุกๆ 1 เดือน แต่หากผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะกลับไปเสพติดซ้ำสูง เช่น ยังไม่มีเป้าหมายในการเลิกสารเสพติดที่ชัดเจน อารมณ์และพฤติกรรมยังไม่คงที่ ยังไม่มีแผนในชีวิต หรือเมื่อออกไปจากศูนย์แล้วต้องกลับไปเผชิญสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการหาสารเสพติดมาเสพได้ แพทย์จะแนะนำให้อยู่ในศูนย์บำบัดนานขึ้นเป็น 6-12 เดือน หรือจนกว่าจะมั่นใจว่ามีความเสี่ยงในการกลับไปเสพติดซ้ำน้อยลงแล้ว
เป็นช่วงสุดท้ายของการบำบัดรักษา ซึ่งหลายครอบครัวมักมองข้าม ทั้งที่เป็นระยะสำคัญมากที่สุด เพราะผู้ป่วยต้องกลับไปเผชิญกับชีวิตจริง เพื่อนเดิม สิ่งแวดล้อมเดิม และแรงกดดันเดิม ถ้าไม่มีระบบติดตาม ไม่มีการประเมินซ้ำ และไม่มีแผนป้องกันการเสพซ้ำ การรักษาที่ทำมาอาจสะดุดได้ง่าย
สิ่งที่ควรจำให้ชัดคือ การรักษาที่ดีไม่ใช่การทำให้ดูเหมือนหายเร็วที่สุด แต่คือการทำให้หยุดเสพได้จริงและมั่นคงที่สุด เพราะฉะนั้น เวลามองหา ศูนย์บำบัดยาเสพติด, คลินิกบำบัดยาเสพติด, หรือ ศูนย์ฟื้นฟูผู้ติดยา ครอบครัวควรมองหาสถานที่ที่มีการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ มีจิตแพทย์และนักบำบัดดูแล มีโปรแกรมฟื้นฟูต่อเนื่อง และไม่ขายความหวังเกินจริงด้วยคำว่า “หายขาดทันที”
ถ้าถามว่า เลิกยาเสพติดต้องใช้เวลากี่เดือน คำตอบคือ หลายรายต้องใช้เวลา 1–2 ปี ในการฟื้นตัวของสมองและพฤติกรรมให้มั่นคงพอจะใช้ชีวิตต่อโดยไม่กลับไปเสพซ้ำ แต่ข่าวดีคือ ช่วงเวลานี้ ไม่ได้แปลว่าต้องอาศัยอยู่ในศูนย์บำบัดตลอด สิ่งสำคัญคือเริ่มรักษาให้ถูกทาง อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อที่สัญญาว่าหายเร็วเกินจริง และให้ความสำคัญกับการรักษาแบบมีมาตรฐาน ต่อเนื่อง และเหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคนจริง ๆ
การเข้ารับการรักษาใน ศูนย์บำบัดยาเสพติดที่มีทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยา สามารถช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้ง
โทร : 020287775
LINE : @dayone
www.dayonerehabcenter.com
ที่ตั้ง: 99/1 Moo 6, Tambon Srichula, Muang, Nakornnayok 26000 Thailand (Only 1-hour drive from Bangkok)
แผนที่: https://maps.app.goo.gl/QsirzwMjJ185K5oa7